4ทหารซิ่งกลับค่าย เกิดหลับในชนต้นไม้ข้างทาง ดับ2 เจ็บ2

Published Post author

2 อุบัติเหตุทางถนนถึงกับชีวิต เหตุแรก 4 ทหารซิ่งเก๋งเดินทางกลับค่ายพัก เกิดหลับในชนต้นไม้ดับ 2 สาหัส 2 ขณะที่อีกเหตุการณ์ หนุ่มหาดใหญ่แว้นจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วงบรรทุกกล่องพัสดุไปรษณีย์ดับคาที่…

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 29 ส.ค. ร.ต.อ.โสภณ บัวหลวง ร้อยเวร สภ.จะนะ รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุมีรถเก๋งชนต้นไม้เกาะกลางถนนสายเอเชีย 43 เส้นทางระหว่าง อ.นาหม่อม กับ อ.จะนะ หมู่ 5 ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา ขาล่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนถึงศาลเจ้าพ่อเสือ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย อบต.คลองเปี๊ยะ และเจ้าหน้าที่มิตรภาพท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่

ที่ เกิดเหตุพบรถเก๋งมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีดำ ทะเบียน กย 387 นครศรีธรรมราช สภาพรถชนอัดก๊อบปี้ติดกับต้นไม้ด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ 2 คน ประกอบด้วย ส.ท.ณัฐพล ปลอบโยน คนขับ และ ส.ท.สราวุธ ยาวิชัย ซึ่งนั่งเบาะหลังฝั่งคนขับ หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมาจากรถ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน คือ ส.ท.ไผ่ สีทอง และส.ท.สุจินต์ มีสุข เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ สำหรับทหารทั้งสี่นายสังกัดค่ายลพบุรีราเมศวร์ อ.เทพา จ.สงขลา

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุทหารทั้งหมดได้ขับขี่รถเก๋งวิ่งมาด้วยความเร็วเดินทางมาจาก อ.หาดใหญ่ เพื่อกลับจะกลับเข้าค่ายในพื้นที่ อ.เทพา ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเส้นทางโค้งและเป็นช่วงขึ้นเนิน รถเก๋งได้เสียหลักวิ่งออกข้างทางพุ่งชนกับต้นไม้อย่างจัง  จนเป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 นายดังกล่าว ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับอาจหลับใน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนข้อเท็จจริง

ขณะที่อีกหนึ่งอุบัติเหตุ ร.ต.ท.ปริญญา ปิญญาติ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คอหงส์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถพ่วงบรรทุกปูนซีเมนต์ บนถนนสายกาญจนวนิช ฝั่งขาออก ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หน้าบริษัทเกี้ยนเฮงวัสดุก่อสร้าง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มิตรภาพท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงสิบแปดล้อ หมายเลขทะเบียน 80-886 นครศรีธรรมราช ของบริษัทกีย์ทรานสปอร์ต บรรทุกปูนซีเมนต์เต็มคันจอดอยู่หน้าบริษัทเกี้ยนเฮงวัสดุก่อสร้าง โดยท้ายรถบรรทุกพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน คจษ 178 สงขลา จอดล้มสภาพพังยับเยินข้างรถจักรยานยนต์พบศพนายภิญโย โพธิพงษา อายุ 39 ปีอยู่บ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 9 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ เสียชีวิตอยู่ที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถบรรทุก หลังเกิดเหตุหายตัวไป

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนายภิญโย ได้ขับรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวกลับจากทำธุระในตัวเมืองหาดใหญ่ ถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกซึ่งขนปูนซีเมนต์เต็มคัน เพื่อมาส่งให้กับบริษัทเกี้ยนเฮงวัสดุก่อสร้าง และขณะที่จอดรถบรรทุกเพื่อรอขนถ่ายปูน นายภิญโย ขับรถจักรยานยนต์วิ่งมาด้วยความเร็วและคาดว่าไม่ทันได้สังเกตเห็นรถบรรทุก จอดอยู่ จึงได้ชนท้ายเข้าอย่างจังกระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามคนขับรถบรรทุกมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป.

August 29, 2015

พบมือบึมหลบเข้ารพ.จุฬา เปลี่ยนเสื้อเป็นสีเทา

Published Post author

พยานจําได้หน้าเหมือนในสื่อ ปิดเมืองค้นรังโจรบี้ต่อเนื่อง กระเป๋าเปล่ากับกล่องไปรษณีย์ราคาถูกป่วนมอเตอร์เวย์

ชุดคลี่คลายคดีบึมศาลพระพรหม สุ่มสอบ 15 คนขับแท็กซี่ สีเขียวเหลือง รับมือระเบิดเสื้อเหลือง หลังพบรับมาจากสาทรซอย 11 มาส่งหัวลำโพงแต่ยังไม่ได้ตัวจริง ด้าน น.1 ระบุไม่ได้ คนร้ายยังอยู่ในหรือออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ยุทธการ “ปิดเมือง ค้นรังโจร” จะลุยค้นต่อเนื่อง เน้นที่พักชาวต่างชาติ ถึง 27 ส.ค. หรือจนกว่าจะได้หลักฐานเพิ่ม ส่วน ผบ.ตร.รับ ยังห่วงสถานท่องเที่ยวที่สำคัญ เชิงสัญลักษณ์ พ้อขาดเครื่องมือเครื่องไม้ไฮเทคล่าคนร้าย ขณะที่ โฆษก ตร.เผย ส่งตำรวจนอกเครื่องแบบลงคลุกพื้นที่เน้นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมขอความร่วมมือห้างฯใหญ่ ติดกล้องตรวจระดับสายตา เน้นความคมชัดดัดหลังคนร้าย มีเสียวรายวัน มือมืดเอากระเป๋าเดินทางเปล่าวางริมถนนมอเตอร์เวย์ ช่วงวงแหวนทับช้าง ต้องปิดถนนกู้วุ่น เผยตำรวจเจอพยาน หลังบึมมือระเบิดเสื้อเหลืองเปลี่ยนเสื้อเข้าไปสังเกตอยู่ใน รพ.จุฬาฯ

ถึงมีความคืบหน้าทุกวัน แต่ยังไม่ทันใจคนไทยในการสืบสวนไล่ล่าหาตัวคนร้ายใจเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์ ลักษณะคล้ายชาวต่างชาติในชุดเสื้อยืดสีเหลืองสะพายกระเป๋าเป้ ที่เชื่อเป็นมือระเบิดศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ จนมีผู้เสียชีวิตเป็นคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเชื้อสายจีนประเทศต่างๆรวม 20 ศพ บาดเจ็บอีกนับร้อยคน เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่กล้องวงจรปิดตรวจสอบย้อนหลังพบว่า มือบึมโบกรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองมาจากย่านสาทรมาลงที่หัวลำโพง ก่อนโบกรถตุ๊กตุ๊กไปก่อเหตุที่ศาลพระพรหม ในชั้นนี้ได้หลักฐานเป็นธนบัตรใบละ 20 บาทของคนร้ายที่ให้กับคนขับรถตุ๊กตุ๊กถูกนำไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และตรวจหาดีเอ็นเอคนร้าย พร้อมกับจัดชุดสืบสวนหารถแท็กซี่เขียวเหลืองที่ว่าเพื่อหาจุดที่มาคนร้ายต่อ ไป ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงเหตุระเบิดศาลพระพรหม กับเหตุระเบิดที่ท่าน้ำสาทร เมื่อบ่ายวันที่ 18 ส.ค.ด้วย ทั้งนี้กล้องวงจรปิดจับภาพชายเสื้อฟ้า คล้ายคนจีน เขี่ยวัตถุต้องสงสัยลงน้ำในห้วงเวลาไล่เลี่ยกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เพียงแต่ระเบิดมาทำงานในวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดสนั่นโลกครั้งนี้ ทำให้ตำรวจต้องมีแผนปิดล้อมตรวจค้นครั้งใหญ่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นคนไทยและนักท่องเที่ยวกลับคืนมา

เปิดยุทธการ “ปิดเมืองค้นรังโจร”

โดยเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่ลานพระราชวังดุสิต พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิ-พราหมณกุล ผบช.น.ร่วมกันปล่อยแถวระดมป้องกันปราบปรามและจัดการความปลอดภัยในยุทธการ “ปิดเมืองค้นรังโจร” เพื่อแสดงศักยภาพในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเป็นมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ประกอบด้วยตำรวจ 1,093 นาย ทหาร 100 นาย กทม. 90 นาย ภาคเอกชนและประชาชน 54 นาย รถยนต์ 138 คัน รถจักรยานยนต์ 194 คัน ทั้งนี้ยังมีหน่วยอีโอดี สุนัขตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 บช.น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษสยบริปูสะท้าน บช.ก. หน่วยปฏิบัติการพิเศษแบล็คไทเกอร์ บช.ส. และหน่วยปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี บช.ปส. เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

ให้ ปชช.และ นทท.มั่นใจจะปลอดภัย

หลังเสร็จสิ้นพิธี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า บช.น.ได้ร่วมกับหลายหน่วย ไม่ว่าจะเป็น ตชด. กองปราบ ป.ป.ส. และทหาร ร่วมกันปฏิบัติ การปิดเมืองค้นรังโจร เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือ ให้พี่น้องประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้มีความรู้สึกว่าหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ จะสามารถดูแลให้ความปลอดภัยกับเขาได้ในโอกาสที่เขามาเยือนประเทศเรา การคาดหวังในวันนี้ทำตามสิ่งที่เราหาข้อมูลข่าวสารไว้ ในส่วนของเป้าหมายหรือรายละเอียดของการปฏิบัติการ มุ่งหวังในเรื่องอาชญากรรม ยาเสพติด หรือแม้เรื่องที่พี่น้องประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หรืออาจจะรวมถึงเรื่องความมั่นคงด้วย

โวนักท่องเที่ยวชมไทยปลอดภัย

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่งคง มีข้อสั่งการมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เน้นความสำคัญไปที่สถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สถานทูต และทำอย่างไรก็ได้เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา โดยร่วมมือกับหลายๆหน่วยงานลงพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปชุมนุม หรือใช้บริการเป็นที่พักอาศัย เพื่อทำให้เขาอบอุ่นใจ จากการลงพื้นที่ในหลายๆจุด นักท่องเที่ยวบางรายยังเชื่อมั่นว่าประเทศ ไทยมีความปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยไปมา หรือบางรายยังระบุว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยมากกว่าประเทศตัวเองเสียด้วยซ้ำ

เป็นจังหวะให้คนไทยกลับมารักกัน

“ผมไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และเราควรจะทำให้เป็นโอกาสให้คนไทยกลับมารักกัน ทำให้คนไทยรู้สึกหวงแหนในแผ่นดินตัวเอง จะไม่ปล่อยให้ใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือคนไทยด้วยกันเองมาทำลักษณะนี้ให้ประเทศไทยเสีย หาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม เพราะขณะนี้เวลานี้การพึ่งพาการส่งออกเป็นไปได้ยาก มีเพียงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้นที่นำเงินตราเข้าประเทศได้อย่างเป็น กอบเป็นกำ เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่หวังดี ผู้ที่กระทำในครั้งนี้เจตนาหลักๆมุ่งหวังที่จะเอาชีวิตและสร้างความหวาดกลัว แล้ว ยังทำให้นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาในประเทศไทย ถือว่ามีเจตนาจะทำลายประเทศชาติโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติหรือคนไทยก็ตาม ถือว่าเป็นศัตรูของคนไทยทั้งประเทศ” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

พ้อไร้เครื่องมือทันสมัยล่าคนร้าย

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่ออีกว่า ถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคดียังไม่ได้พัก โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นระบบ มีหลักการ และบางส่วนลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังมีเบาะแสกลุ่มผู้ก่อเหตุอยู่ในประเทศไทย ถ้าโชคดีอาจจับกุมคนร้ายได้ เพราะมีปัญหาการล่าช้า ไม่ได้มาจากตำรวจ แต่เพราะไม่มีอุปกรณ์ทันสมัย ต้องอาศัยความร่วมมือประเทศต่างๆในเรื่องอุปกรณ์ ส่วนของเอกชนที่สนับสนุนมามีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อเพราะเป็นของต่างประเทศ ยืนยันว่า ทางการไทยจะรับเฉพาะอุปกรณ์ แต่ไม่ยอมให้ประเทศใดเข้ามาแทรกแซง ที่ผ่านมายอมรับว่าตำรวจเก่ง แต่ไม่มีเครื่องมือ ส่วนที่มีการเสนอข่าวว่า กลุ่มก่อเหตุเป็น พวกคลั่งลัทธิ หรือคลั่งศาสนา เป็นเพียงการอธิบายรูปแบบการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ อาจเป็นไปได้หลายกรณี เวลานี้ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่ไม่ใช่องค์กรก่ออาชญากรรมข้ามชาติ

รับยังห่วงจุดท่องเที่ยวสำคัญ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีคลิปผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อฟ้าเขี่ยวัตถุต้องสงสัยลงบริเวณท่าเรือ สาทร ยอมรับว่าเป็นของจริง และได้ขอความกรุณาผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว รวมถึงรายละเอียดทางคดี เป็นห่วงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน เพราะอาจเป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ได้พูดไปตั้งแต่แรกที่ลงพื้นที่ว่าไม่ใช่การโยนลงมา สั่งการให้ตรวจสอบกล้องย้อนหลัง ขณะนี้ยังมีความเป็นกังวลในจุดที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และจุดที่มีประชาชนอยู่จำนวนมาก

ขออย่าแชร์-โพสต์ข่าวมั่ว

ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ฝากพี่น้องประชาชนที่เผยแพร่แชร์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่เป็นความจริง สร้างความตื่นตระหนก สร้างความสับสนต่อประชาชน นอกจากจะไม่เป็นผลดีของเมืองไทย ยังเป็นความผิดตามกฎหมาย ปอท.มาตรา 14 เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทั้งนี้กรณีเสนอข่าวไม่ควรเสนอรูปภาพและการเสนอข้อมูลก่อให้เกิดผลเสียต่อ ประเทศชาติ เป็นเรื่องที่พี่น้องคนไทยช่วยกันป้องกันเหตุรุนแรง ใครที่มีเบาะแสคนร้ายช่วยแจ้งเข้ามาเพื่อประโยชน์ในการสืบสวน

พญาไท ตรวจ 4 จุด วืด

ต่อมาเวลา 06.45 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.พญาไท นำหมายค้นศาลอาญา ลงวันที่ 23 ส.ค.58 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอพาร์ตเมนต์ที่พักอาศัยชาวต่างชาติ 4 จุด เพื่อตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายและบุคคลต้องสงสัย จุดแรกที่ SHADI HOUSE ซอยวัฒนวงศ์ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จุดที่สอง BAD STATION ภายในซอยเพชรบุรี 16 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จุดที่ 3 PARADISE ภายในซอยแสงกาญจน์ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี และ จุดสุดท้าย PRICE HOUSE ซอยเพชรบุรี 17 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี ผลไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

ยานนาวาไม่พบเบาะแสบึมท่าน้ำ

ด้าน สน.ยานนาวา พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ ผกก. พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ รอง ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน. 3 รอ. รวมประมาณ 50 นาย ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นชุมชน 5 จุด ในพื้นที่ตามยุทธการ “ปิดเมือง ค้นรังโจร” ประกอบด้วย ชุมชนบ้านแบบ ชุมชนสาทร 19 ชุมชนเจริญกรุง 67 (2 จุด) และชุมชนเจริญกรุง 58 จากการตรวจค้นทั้ง 5 จุด จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 4 ราย แบ่งเป็นคดีครอบครองกัญชา 3 คดี ผู้ต้องหา 3 คน และผู้ต้องหาตามหมายจับยาเสพติด 1 คน นำส่ง พงส.สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ ยังไม่พบเบาะแสของมือระเบิดแต่อย่างใด ส่วนความคืบหน้าคดีคนร้ายขว้างระเบิดที่ท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆให้กับทางสื่อมวลชนได้ หากอยากทราบข้อมูลคดีดังกล่าวนั้น ผู้บังคับบัญชาจะเป็นคนให้สัมภาษณ์และให้ข้อมูล

เน้นตรวจค้นที่พักถึง 27 ส.ค.

ต่อมาในช่วงบ่าย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 และ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 ร่วมกันแถลงผลการระดมปราบปรามอาชญากรรมภายใต้ยุทธการ “ปิดเมืองค้นรังโจร” ระหว่างวันที่ 21-23 ส.ค. จับกุมผู้ต้องหาได้ 129 คดี ผู้ต้องหา 139 ราย มีผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ปืนสั้น 3 กระบอก ลูกซอง 1 กระบอก กระสุนปืน 64 นัด ยาบ้า 454 เม็ด ยาไอซ์ 10.75 กรัม กัญชา 21.38 กรัม ใบกระท่อม 3,223 ใบ เคตามีน 3.02 กรัม และโซแลม 3 เม็ด ส่วนการตรวจค้นคอนโดมิเนียม หอพัก เกสต์เฮาส์ ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยทั้ง 3,550 หลังคาเรือน ไม่พบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับ หรือมีการกระทำผิดซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบหอพักทุกแห่งในพื้นที่ กทม. ถึงวันที่ 27 ส.ค.นี้

ค้นจนกว่าจะได้หลักฐานเพิ่ม

พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการ “ปิดเมืองค้นรังโจร” ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. เจ้าหน้าที่ยังไม่พบผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดที่แยกราขประสงค์ และท่าน้ำสาทร การตรวจสอบจะต้องตรวจอย่างละเอียดและรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบวันต่อ วัน รวมทั้งยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะพบผู้ต้องสงสัยเมื่อใด ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จะไล่ตรวจสอบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบหลักฐานเพิ่มเติม จะดำเนินการทางคดีตามหลักฐานที่ปรากฏ เพราะคำว่าเขาเล่าว่าไปฟ้องใครไม่ได้ ส่วนการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในยุทธการนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบห้องพัก หอพัก เกสต์เฮาส์ ฯลฯ ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าพักกว่า 3,550 จุด จะต้องตรวจสอบเพิ่มอีกเนื่องจากที่พักใน กทม.มีกว่า 1 หมื่นจุดที่จะต้องตรวจค้น อย่างกรณีบางที่พักที่ตรวจแล้ว ก็ต้องกลับมาตรวจอีกครั้ง ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด

ยืนยันไม่ได้ คนร้ายยังอยู่ใน-นอก ปท.

เมื่อถามว่า สื่อมวลชนประเทศญี่ปุ่นระบุคนร้ายวางระเบิดแยกราชประสงค์เป็นชาวสเปน พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ยังไม่เห็นข่าว หรือการนำเสนอของสำนักข่าวญี่ปุ่น ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ยืนยันจะดำเนินการตามพยานหลักฐานทุกขั้นตอน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เช่นเดียวกับคดีคนร้ายวางระเบิดที่ท่าน้ำสาทร พนักงานสอบสวนได้เรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำกว่า 10 ปากแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน

“ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน หากข้อมูลพาดพิงไปถึงบุคคลใด จะดำเนินการทุกคน ส่วนหมายจับจะออกเพิ่มหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนการสอบปากคำผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุนั้น จะต้องมีการสอบปากคำแน่นอน โดยจะต้องสอบปากคำผู้บาดเจ็บทุกราย เพื่อรวบรวมข้อมูลหาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนกรณีมีกระแสว่าคนร้ายออกนอกประเทศไปแล้วนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนร้ายยังอยู่ในประเทศหรือหลบหนีออกนอกประเทศไป แล้ว” พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าว

ได้คดีอื่น ถือเป็นผลพลอยได้

ด้าน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 กล่าวว่า การตรวจค้นโรงแรมที่พักชาวต่างชาติเป็นไปด้วยดี ผู้ประกอบการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพราะได้ทราบข่าวเหตุการณ์ดังกล่าว จากสื่อมวลชนแล้ว จะมีการตรวจค้นทั่ว กทม. ต้องไปเคาะประตูตรวจสอบทุกแห่ง ขณะที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 2 และ 7 ดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้นำภาพสเกตช์ของผู้ต้องหาคดีระเบิดที่แยกราช ประสงค์ไปให้ผู้ประกอบการเจ้าของที่พักเหล่านั้นดูเพื่อช่วยติดตามคนร้าย ด้วย นอกจากนั้นหากการตรวจค้นตามปฏิบัติการนี้ พบคดีอาชญากรรมอื่นๆ ถือเป็นผลพลอยได้ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายเช่นกัน

ประวุฒินำตรวจเรียกความเชื่อมั่น

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสุนัขตำรวจ บก.สปพ. เจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 1 รอ. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ร่วมกันปล่อยแถว ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สี่แยกราชประสงค์ และศูนย์การค้าสยาม– เซ็นเตอร์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา

ขอห้างฯติดกล้องระดับสายตา

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า การปล่อยแถวในวันนี้ได้แบ่งเป็นสามจุด กระจายกำลังตำรวจไปยังสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนมาก อาทิ เอเชียทีค สวนจตุจักร พระบรมมหาราชวัง เน้นย้ำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าต่างๆและสถานที่สำคัญๆ ช่วยกันตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย สำหรับเรื่องกล้องวงจรปิดที่ทางห้างสรรพสินค้าติดตั้งไว้ อยากให้ติดตั้งกล้องเพิ่มเติม เนื่องจากคนร้ายจะรู้ว่ากล้องจะติดอยู่ด้านบนเสมอ ทำให้เวลาก่อเหตุ คนร้ายจะก้มหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับภาพได้ขณะก่อเหตุ อยากให้ติดกล้องในระดับสายตา และอยากให้เน้นเรื่องความคมชัดของกล้องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

อุบเส้นทางมือบึมสาทร

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ในส่วนของความคืบหน้าชายใส่เสื้อสีฟ้าที่บริเวณสะพานสาทร ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเป็นคนนำระเบิดไปขว้างลงในจุดดังกล่าวนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบย้อนหลัง มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในส่วนของเส้นทางที่ชายเสื้อฟ้าใช้เดินทางนั้น มีกล้องวงจรปิดจับภาพได้แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้ และไม่ใช่เส้นทางเดียวกับชายเสื้อเหลืองที่ก่อเหตุบริเวณศาลท้าวมหาพรหม เบื้องต้นคาดว่าชายเสื้อฟ้าที่ก่อเหตุที่ท่าเรือสาทรเป็นชาวเอเชีย

ยันบึมสาทรเชื่อมราชประสงค์

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า การตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณท่าน้ำสาทรที่มีเหตุระเบิดในน้ำ ไม่มีภาพคนร้ายโยนระเบิดลงไปในท่าเรือ แต่เมื่อย้อนกล้องไปในช่วง เวลา 19.00 น.ของวันที่ 17 ส.ค. เป็นวันที่คนร้ายวางระเบิดแยกราชประสงค์ กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยถือถุงเข้ามาวางไว้บริเวณบันไดท่าเรือ แล้วใช้เท้าเขี่ยถุงที่น่าเชื่อมีระเบิดลงน้ำก่อนเดินออกไป แต่ข้ามมาอีกวัน ระเบิดถึงทำงาน ไม่ได้มีการขว้างหรือโยนลงไปข้างล่าง เป็นเรื่องที่ต้องสืบสวน ขอความร่วมมือบุคคลในภาพเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเหตุระเบิด จะปิดเป็นความลับ และยินดีให้ความคุ้มครอง เนื่องจากระเบิดเป็นชนิดเดียวกับที่แยกราชประสงค์ เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกัน

สั่งนอกเครื่องแบบลงคลุกพื้นที่

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า ได้มีคำสั่งเพิ่มกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบลงพื้นที่เป้าหมายปะปนอยู่กับผู้คน อาศัยประสบการณ์ในการสังเกตบุคคล และวัตถุต้องสงสัย ระมัดระวังเหตุระเบิด ไม่ทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยว ประสาน รปภ.ทั้งหมดเข้าอบรมให้คำแนะนำวิธีการทำงานเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประสานให้เจ้าหน้าที่เทศกิจของ กทม. ตรวจสอบทุกซอกมุมจุดวางถังขยะ มีการแบ่งงานกันทำ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของไทย ส่วนกรณีสื่อเสนอภาพกระเป๋าเป้ระเบิดระบุเป็นของคนร้าย ได้ให้ตำรวจประสานสื่อที่เสนอข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลที่เสนอเป็นข่าว ไม่ใช่ข้อมูลทางราชการ สื่อที่นำมาลงต้องมาให้รายละเอียดถึงที่มาของข่าว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

เผยแพร่คลิป–ผิดต้องรับผิดชอบ

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีตอนนี้มีความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ สำหรับคลิปวิดีโอที่ถูกปล่อยอยู่ในโซเชียลมีเดียตอนนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ยืนยันว่าเป็นความจริงหรือไม่ เนื่องจากตำรวจไม่ได้เป็นคนให้ข้อมูล การแชร์คลิปเป็นการแชร์ของกลุ่มคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้เผยแพร่หรือนำไปเผยแพร่ต่อต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กระเป๋าเปล่าป่วนมอเตอร์เวย์

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ร.ต.ท.ศิรสิทธิ์ ทันศรี พงส.สน.ประเวศ พร้อมกลุ่มงานตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ. เข้าตรวจสอบกระเป๋าต้องสงสัย ถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (มอเตอร์เวย์สาย 9) ช่วงวงแหวนทับช้าง บางปะอิน แยกไปถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 มุ่งหน้าขาเข้าถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตประเวศ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ปิดถนนฝั่งมุ่งหน้าไปบางนา ชุดเก็บกู้ได้เข้าตรวจสอบพบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีส้ม วางตั้งพิงอยู่ริมถนนข้างรั้ว ชุดเก็บกู้ได้ใช้เครื่องเอกซเรย์ตรวจดูด้านใน ไม่พบสิ่งผิดปกติ และเมื่อเปิดออกดูภายในไม่มีสิ่งใดบรรจุอยู่ มีเพียงกระเป๋าเปล่า ได้เก็บไปตรวจสอบหาร่องรอยของคนร้ายน่าจะเอามาวางเพื่อให้เกิดความแตกตื่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าใครเป็นผู้นำมาวาง

ปูดเห็นมือบึมอยู่ใน รพ.จุฬาฯ

มีรายงานว่า กรณีเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ที่มีภาพมือระเบิดลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขาสามส่วน เป็นผู้ก่อเหตุ และคนร้ายได้หลบหนี ล่าสุดมีพยานบางส่วนยืนยันว่าเห็นคนร้ายรายนี้เข้าไปในอาคารอุบัติเหตุ รพ.จุฬาลงกรณ์ ในช่วงที่มีเหตุระเบิด มีการเคลื่อนย้ายคนเจ็บเข้ารักษาตัวที่รพ.โดยคนร้ายอยู่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือของมูลนิธิฯ เปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงขาสามส่วนตัวเดิม หลังเกิดเหตุมีพยานจำรูปพรรณใบหน้าคนร้ายได้จากภาพที่ปรากฏในสื่อมวลชน สอดรับกับผู้ขับขี่รถสามล้อรับจ้างว่าคนร้ายเรียกรับจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ให้มาส่งที่ รพ.แต่สื่อสารไม่เข้าใจก่อนพาไปส่งที่ศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ก่อนลงมือวางกระเป๋าเป้ที่บรรจุระเบิด ชุดสืบสวนกำลังตามหาพยานเพื่อสอบปากคำในประเด็นนี้

สุ่มสอบ 15 แท็กซี่รับมือบึม

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กรณีพบเบาะแสคนร้าย ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ ได้โบกรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองจากซอยสาทร 11 มาส่งที่หน้าหัวลำโพง ก่อนโบกรถตุ๊กๆต่อไปก่อเหตุที่แยกราชประสงค์ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดสืบสวน บช.น.ได้สุ่มเชิญตัวโชเฟอร์แท็กซี่สีเขียวเหลืองในพื้นที่ กทม.ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดมาให้ปากคำ และบันทึกภาพไว้เป็นข้อมูล รวมทั้งหมด 15 คน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพรถแท็กซี่ในกล้องวงจรปิดที่มองเห็นป้ายทะเบียน ไม่ชัด แต่ขณะนี้ยังไม่พบโชเฟอร์ที่ขับรถคันที่รับคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากให้โชเฟอร์แท็กซี่ ที่สุ่มเลือกมาสอบปากคำวันนี้ ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสต่อไป

ตร.–ทหารเข้มสวนจตุจักร

สำหรับบรรยากาศที่ตลาดนัดจตุจักร มีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย แต่มีจำนวนบางตากว่าปกติ หากเทียบกับก่อนเกิดเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ บริเวณประตูใหญ่ฝั่งถนนกำแพงเพชร 2 มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.อคฝ. ตำรวจ 191 ตำรวจ บก.น.2 ตำรวจ สน.บางซื่อ เจ้าหน้าที่ทหาร และพนักงานรักษาความปลอดภัย คอยตรวจตราความเรียบร้อย โดยนำเครื่องสแกนโลหะ และกระจกสะท้อนใต้ท้องรถยนต์ ตรวจนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาภายใน

บึมทำนักท่องเที่ยวลดเกือบครึ่ง

นายสุรัตน์ ดับใหม่ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ ได้รับการประสานจากภาครัฐ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดต่างๆ และทหารกว่า 100 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังดูแลนักท่องเที่ยว รวมกับ รปภ. 80 คน แบ่งเป็น 2 ผลัด ดูแลประตูใหญ่ ทั้ง 3 ประตู ด้านถนนกำแพงเพชร 2 ถนนกำแพงเพชร 1 และถนนพหลโยธิน และปิดประตูย่อยจาก 34 ประตู ให้เหลือ 6 ประตู เพื่อดูแลความปลอดภัยได้มากขึ้น พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ลงไปเดินปะปนกับนักท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ยังตรวจผ่านกล้องวงจรปิด 72 ตัว และเปลี่ยนถังขยะเป็นถุงพลาสติกใส ดูแลจุดเสี่ยงต่างๆ พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับกลุ่มผู้ค้าในสวนคอยสอดส่องดูแล หากพบปัญหาแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยประกาศเสียงตามสายประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา ยอมรับว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวมาเดินตลาดลดลง 30-40%

คสช.แถลงจับ 2 ผู้ต้องหาป่วนเมือง

เวลา 12.00 น. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ รายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดที่บริเวณราชประสงค์ สรุปเหตุการณ์ในห้วงเวลา ไม่มีเหตุการณ์หรือการก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนแต่อย่างไร ในภาพรวมมีความสงบเรียบร้อย สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ได้จับกุมผู้ที่เผยแผ่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ทำให้เกิดความสับสนแก่ประชาชน 2 ราย ในพื้นที่ กทม.และ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย

เหตุบึม 2 จุด มีความคืบหน้า

สำหรับด้านการสืบสวนคดี พ.อ.วินธัยแถลงว่า มีความคืบหน้าไปพอสมควร ทั้งเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ได้ตรวจพบหลักฐานเพิ่มเติม ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด หากมีความคืบหน้าที่ไม่ส่งผลต่อรูปคดี จะรายงานให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มปฏิบัติการกวาดล้างการกระทำผิดกฎหมายทั่ว กทม. เพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยในภาพรวมอีกด้วย

แจงยอดช่วยเหลือเจ็บ–ตาย

พ.อ.วินธัยกล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือทางด้านรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับญาติ รวมแล้ว 16 ราย เป็นชาวต่างชาติ 14 ราย ชาวไทย 2 ราย นอกนั้นได้รับการสำรวจและรับคำขอการช่วยเหลือแล้วทั้งสิ้น 100 ราย จะได้เร่งรัดการช่วยเหลือต่อไป สำหรับ กทม. ได้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว 9 ราย เรื่องการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่มีอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 4 ราย คงเหลือรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่างๆอีก 52 ราย

ขอบคุณคนไทยที่ให้ความร่วมมือ

โฆษก คสช.กล่าวต่อว่า สำหรับการขอความร่วมมือประชาชนที่ได้รับรู้ข้อมูลหรือเบาะแสที่เกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์และที่ท่าเรือสาทร แจ้งได้ที่สายด่วนหมายเลข 1515 และจากการที่เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยประกอบกับการ ร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ ทำให้การจัดการแข่งขันมวย Thai Fight 100 ปี จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.58 ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ และขอให้ชาวไทยทุกคนร่วมมือ ร่วมใจ สร้างพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อทำให้ประเทศไทยของเราก้าวเดินไปอย่างมั่นคงต่อไป

ยังไม่รู้ใครอยู่เบื้องหลัง

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ว่า การข่าวมีความคืบหน้าพอสมควร มีเบาะแสที่ได้รับจากผู้หวังดี และได้นำไปตรวจสอบความเป็นไปได้ทุกประเด็น มีการประสานงานกับมิตรประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทำทุกมิติ ทำให้พบว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ อาจมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน แบ่งกันทำหน้าที่ และหลักฐานที่ได้สามารถลดน้ำหนักบางประเด็นไปได้ แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดว่ากลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง ที่แน่นอนแล้วคือมีการทำเป็นขบวนการ ส่วนที่สื่อบางฉบับเสนอข่าวว่า เมื่อ 3 เดือนที่แล้วมีการแจ้งเตือนเหตุก่อการร้ายในไทยนั้น ความจริงแล้วเป็นการขอให้ไทยตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง กับกลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่แจ้งเตือนจะมีการก่อการร้ายในไทย และจากการวิเคราะห์ตรวจสอบ ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะมาก่อการร้ายในไทย

รบ.ส่งสารย้ำไทยปลอดภัย

ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 23 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีสารจากรัฐบาลไทยถึงพี่น้องประชาชน และประชาคมโลก โดยมีเนื้อความว่า เหตุการณ์ก่อความไม่สงบที่แยกราชประสงค์ ขอให้มั่นใจรัฐบาล ผู้ที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือดูแลผู้บาดเจ็บ และการติดตามสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจตราความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบ ในทุกจุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนทุกท่าน สำหรับชาวต่างประเทศที่วางแผนเดินทางมาประเทศไทย ไม่ว่าเพื่อการท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ เพื่อการศึกษา ประชุม สัมมนา ดูงาน ร่วมงานแสดงสินค้า หรือภารกิจอื่นๆ ขอให้ความมั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัยตลอดช่วงเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย

ทูตานุทูตให้กำลังใจพ้นวิกฤติ

ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ คณะทูตานุทูตหลายประเทศ กล่าวให้กำลังใจประเทศไทยก้าวข้ามปัญหาช่วงนี้ไปให้ได้ เพราะเชื่อว่าด้วยอัธยาศัยไมตรีของคนไทย ความมีน้ำใจเมตตาอารี เป็นสุภาพชน และไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร มั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว ฟังแล้วเกิดเป็นกำลังใจ ขณะที่คนไทยเมื่อบรรพชนได้สั่งสมคุณงามความดีไว้ให้เป็นแบบอย่าง อยู่ที่เราแล้วจะต้องไม่ขัดแย้ง ไม่แบ่งแยก ไม่โลภ ไม่ทุจริตคดโกง ไม่เนรคุณแผ่นดิน ไม่รู้คุณชาติ ไม่เล่นการเมืองแบบสกปรกถึงขั้นคิดล้มล้างจารีตประเพณีของแผ่นดิน ไม่ปองร้ายประเทศชาติถึงขั้นยอมให้เกิดการสูญเสียชีวิตของพี่น้องชาวไทยและ ชาวต่างชาติ ยอมเสียเกียรติภูมิ ขณะที่ผู้ประสงค์ร้ายต่อแผ่นดินต้องแพ้ภัยตนเอง

กอบกาญจน์เดินสายเยี่ยมคนเจ็บ

วันเดียวกัน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลตำรวจ ทั้ง 2 แห่งยังมีผู้บาดเจ็บทั้งคนไทย คนจีน และไต้หวัน ยังพักรักษาตัวอยู่ โดยนางกอบกาญจน์ได้สอบถามญาติๆคนเจ็บของชาวจีน ทราบว่าทุกคนต่างเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยกันไม่ต่ำกว่า 1 ครั้ง เข้าใจในสถานการณ์ของประเทศไทย รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวกับทางญาติว่าขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลผู้บาดเจ็บเป็นอย่างดี จากนั้นเดินทางมาสักการะท้าวมหาพรหม ที่แยกราชประสงค์

สมยศ ขอ มส.เลื่อนสวดมนต์

วันเดียวกัน พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ในฐานะกรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า ตามที่ มส. ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กรมการศาสนา (ศน.) และมูลนิธิไทยพึ่งไทย จะมีการจัดงาน “รวมพลังคนไทย รวมหัวใจเพื่อประเทศไทย” โดยจะจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตภาวนาอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนชาวไทย กำหนดจัดงานบริเวณหน้า รร. อัมรินทร์พลาซ่า และบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ ในวันที่ 24 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป ล่าสุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เข้ากราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ขอให้เลื่อนการจัดงานไปก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะดูแลความปลอดภัยได้ไม่ทั่วถึง ทั้งยังเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัย เพราะคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ได้มีการหารือกับคณะผู้จัดงานและเห็นตรงกัน จะเลื่อนการจัดงานออกไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิก ส่วนจะจัดขึ้นเมื่อใดนั้นจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เผาหนุ่มสวนผึ้งเหยื่อบึม

เย็นวันเดียวกัน ที่วัดบ้านบ่อ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผวจ.ราชบุรี เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ นายสุวรรณ สัตย์มั่น อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม 1 ในเหยื่อที่ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต บริเวณศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์ โดยนายบุญส่งและนางขันทอง สัตย์มั่น พ่อและแม่นายสุวรรณ นำศพลูกชายกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. บรรยากาศในพิธีฌาปนกิจศพเป็นไปอย่างเศร้าโศก เพราะนายสุวรรณเป็นลูกชายคนโต และเป็นเสาหลักของครอบครัว

August 24, 2015

ซ้อมปั่นเพื่อแม่ โดนชนดับ พระราชทานพวงมาลางานศพ

Published Post author

หนุ่มใหญ่ปั่นจักรยานถูกรถเก๋งชนดับข้างทางถนนพระยาสัจจา อ.เมืองชลบุรี ขณะผู้ตายนัดกับเพื่อนรวมกลุ่มซ้อมปั่นรถจักรยานเตรียมเข้ากิจกรรมเทิดพระ เกียรติ “ปั่นเพื่อแม่” ขณะที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบรถเก๋งต้องสงสัยวิ่งตามหลังผู้ตายมาด้วย ความเร็ว เร่งตรวจสอบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

หนุ่มใหญ่ซ้อมปั่นรถจักรยานถูกชนดับล้มข้างทาง เปิดเผยเมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 13 ส.ค. พ.ต.ท.ประทีป ทองดี พงส.สภ.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุพบศพชายริมถนนพระยาสัจจา หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลชลบุรีและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

ที่เกิดเหตุใกล้กับเสาไฟฟ้าหน้าร้านกล่องไปรษณีย์บริเวณฟุตปาทพบศพนาย ธงชัย สุดศรี อายุ 56 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป อยู่บ้านเลขที่ 2/13 หมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี ใส่ชุดปั่นรถจักรยานเสื้อสีฟ้า กางเกงสีขาวคาดดำ สภาพศีรษะแตก แขนและลำตัวมีรอยฟกช้ำ ใกล้กันพบรถจักรยานล้มอยู่ล้อหลังพังยับเยินและหมวกกันน็อกอยู่ที่พื้น

สอบสวนนายณัฐพล ฉันทสิทธิกุลชัย อายุ 20 ปี ลูกชายผู้ตายทราบว่าทุกวันพ่อจะตื่นตั้งแต่เช้าขี่รถจักรยานไปรวมกลุ่มกับ เพื่อนที่สวนหลวง ร.9 ถนนพระยาสัจจาเพื่อขี่รถจักรยานออกกำลังกาย โดยพ่อได้ไปสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติปั่นเพื่อแม่ที่ศูนย์ดำรง ธรรม จ.ชลบุรี ในวันที่ 16 ส.ค. ได้รับเข็มกลัดและเสื้อพระราชทานไว้แล้วลำดับที่ 6446 คาดว่าขณะปั่นรถจักรยานอยู่ข้างทางมีรถเฉี่ยวชนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ด้าน พ.ต.อ.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผกก.สภ.เสม็ดกล่าวว่า สั่งให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เบื้องต้นพบกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุบันทึกภาพเห็นผู้ตายกำลังขี่รถ จักรยานอยู่คนเดียวเมื่อผ่านกล้องไปมีรถเก๋งสีขาวไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน วิ่งตามหลังผู้ตายมาด้วยความเร็ว คาดว่ารถเก๋งคันที่เห็นในกล้องอาจจะเป็นคันก่อเหตุ สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพให้ละเอียดเพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อ ไป

ขณะที่ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เชิญพวงมาลาพระราชทานศพนายธงชัย สุดศรี อายุ 56 ปี ชาว อ.เมืองชลบุรี ถูกรถชนแล้วหนีขณะซ้อมปั่นจักรยานจนเสียชีวิต โดยเป็นผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ในวันที่ 16 ส.ค.นี้

August 14, 2015

ฆ่าตัวตายสุดท้ายรอด! แชร์เรื่องเล่าชีวิตคิดสั้น ความรัก เงินทอง ทุกข์ระทม

Published Post author

Credit ไทยรัฐ

ชาวพุทธหลายต่อหลายคน มักจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “บาปที่เกิดจากการฆ่าตัวตายมีกำลังมากกว่าการที่เราไปฆ่าผู้อื่นมากมายนัก” แต่กระนั้น ก็ยังมีผู้ที่ละความทุกข์ ตัดสินใจทิ้งชีวิตด้วยน้ำมือตัวเอง จนกลายเป็นสถิติการฆ่าตัวตายของประเทศไทยราว 3,900 คนต่อปี และเป็นอัตราคงที่มากว่า 4-5 ปีมาแล้ว

การฆ่าตัวตาย อาจเป็นหนทางสุดท้ายของผู้ที่พบเจอกับอุปสรรคที่ยากต่อการก้าวข้ามให้ผ่าน พ้นไปได้ บุคคลนั้นๆ จึงตัดสินใจหลีกหนีปัญหา ด้วยการตายจากไปชั่วนิรันดร์ ซึ่งชีวิตคนเราก็ไม่ได้มีราคาแค่ราคากล่องกระดาษ การจะเกิดมาเป็นคนยากนัก ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เสาะหาผู้ที่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่สามารถรอดพ้นวินาทีชีวิตนั้นมาได้ และท้ายที่สุดทีมข่าว ได้มีโอกาสเจอ น.ส.เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ หรือ บอส ไฮ โซนักเรียนนอก โปรไฟล์เริด อนาคตเศรษฐีผู้แสนสุข แต่ทำไมเธอถึงคิดจะจบชีวิตตัวเองทั้งๆ ที่ชีวิตของเธอก็ดูเหมือนว่า จะพรั่งพร้อมไปด้วยความสุขบริบูรณ์มิใช่หรือ?


คุณบอส ในท่าทางที่ผ่อนคลาย หลังอดีตเคยเจอมรสุมหนัก

ปลิดชีวิตคิดสั้นครั้งที่ 1! ร่ำรวยเงินทอง มั่งคั่งปัญญา ชีวิตเพอร์เฟกต์ซ่อนเร้นทุกข์เศร้า
บอส เล่าย้อนหลังไปถึงอดีตแสนหวานของเธอให้ทีมข่าวฟังว่า ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเธอค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เพราะเธอเป็นถึงนักเรียนนอก ฐานะการเงินของทางบ้านค่อนข้างดี มีเงินช็อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมอย่างไม่เคยขัดสน มิหนำซ้ำยังเป็นลูกคนสุดท้อง (เธอมีพี่ชาย 1 คน) และมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ฉลาดเฉลียวตั้งแต่เด็กจนโต ดังนั้น บอส ในฐานะสาวนักเรียนนอกรวยปัญญา จึงเป็นความคาดหวังสำคัญของครอบครัวลีอุดมวงษ์ ที่วันหนึ่งเธอจะหนุนนำครอบครัวให้ประสบความสำเร็จให้ได้

เธอมีไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ซึ่งค่อนข้างเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่ต้องพึ่งพาเงินทองเป็นปัจจัยหลัก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมร่ำสุรา หญิงสาวผู้ชื่นชอบแอลกฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ จนมีวาทะประจำใจที่ว่า “ชาตินี้ตายไปก็ไม่เสียใจเท่าเหล้าหก” ชอบท่องเที่ยว เธอแจกทิปหลักพัน จนหมดเนื้อหมดตัวกลับบ้านเสมอ แม้เธอจะใช้ชีวิตอย่างนักสุขนิยม แต่เธอก็ไม่เคยลืมว่า เธอต้องแบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้งของที่บ้านไว้ตลอดเวลา

“หลังจากที่เรียนจบปริญญาโท จากออสเตรเลีย เรารู้สึกว่า เราเอาแต่กิน เที่ยว ดื่ม ช็อปฯ ไปวันๆ โดยใช้เงินที่บ้าน สายตาพ่อแม่ คนรอบข้าง ญาติๆ ก็หวังว่าเราจะมีหน้าที่การงานที่ดี พูดง่ายๆ คือ เราเรียนสูง เราต้องรวยแน่ๆ แต่จบมาเป็นปีแล้วเราก็ยังตกงาน เรายื่นสมัครงานไป 500 กว่าที่ ไม่มีที่ไหนรับเราเลยแม้แต่ที่เดียวทั้งๆ ที่เราจบนอกนะ ตอนนั้นเครียดมากๆ กดดันที่สุด ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนถามว่า กลับจากออสเตรเลียมาเป็นอย่างไรบ้าง ทำงานอะไรหรอ เราก็ไม่รู้ว่าจะตอบพวกเขาว่าอย่างไร” บอส เพียรชนันท์ เล่าถึงทุกข์หนักครั้งแรกของเธอ

ในช่วงเวลานั้น เธอคิดหาหนทางหลีกหนีปัญหา และเกิดคำตอบขึ้นในใจว่า ฆ่าตัวตายคือทางออก โดยนักเรียนนอกผู้มากความสามารถพยายามไตร่ตรองถึงวิธีการที่เธอจะใช้ปลิด ชีวิตตัวเอง “ตอนนั้นเราคิดหนักมาก จะกินยาก็กลัวว่า ถ้าไม่ตายแล้วจะทรมาน กลัวปืน เพราะเสียงดังโป้งป้าง โดดตึกก็กลัวศพไม่สวย กินยาฆ่าแมลงก็กลัวตายไม่สมศักดิ์ศรี ถ้าผูกคอ ลิ้นจุกปากไม่สวยแน่ๆ กลัวไปเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้น จึงทำให้เราไปไม่ถึงจุดที่ต้องลงมือจริงๆ แต่นี่ก็เป็นเพียงความคิดฆ่าตัวตายครั้งที่ 1 ของเราเท่านั้น”


โชคดีที่มีคนรอบข้างคอยช่วยเหลือ เธอจึงมีรอยยิ้มแบบนี้

แม้อดีตเคยคิดลาโลก แต่คุณบอสก็ผ่านวันเลวร้ายมาได้

เมื่อเงินบันดาลทุกอย่าง…ชีวิตโชติช่วง ความสุขล้นทะลัก
ใน ช่วงเวลาที่เธอกำลังมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เธอได้โทรไประบายความทุกข์ให้แก่เพื่อนรักคนไทยที่ได้มีโอกาสเจอกันตอนอยู่ ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เธอกล่าวถึงตลอดการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตนั้นก็คือ พี่ปู เจ้าของธุรกิจคอนโดย่านพระราม 9 โดยบอส เพียรชนันท์ ได้โทรไปพรั่งพรูความทุกข์ ความกดดันทั้งหมดของเธอ เธอพูดถึงทางตันของชีวิต อยากจบปัญหา และสั่งเสียทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่นับว่าเป็นโชคดีที่พี่ปู เพื่อนรักของเธอจับสัญญาณความไม่ชอบมาพากลนี้ได้ทันท่วงที พี่ปูจึงรีบโทรไปหาพ่อแม่ของบอสทันทีหลังจากวางสาย และให้พ่อแม่ดูแลบอสอย่างใกล้ชิดที่สุด สุดท้ายเธอก็ผ่านความคิดฆ่าตัวตายมาได้ เนื่องจากเธอได้ตระหนักถึงสายใยความรักจากครอบครัว ซึ่งเธอได้รับรู้ว่า มีคนรอบข้างมากมายที่รักเธอไม่ว่าเธอจะเป็นเช่นไร

ไม่นานหลังจากที่ปัญหาทุกอย่างเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น บอสได้รับคำชักชวนจากพี่ปู ให้ไปอยู่คอนโดของพี่ปูที่กรุงเทพฯ เพื่อที่เธอจะได้ออกมาจากที่เดิมๆ หนีความเครียดและความกังวล เธอตัดสินใจตอบรับคำชวนของพี่ปู สุดท้ายเธอก็ได้พบว่า เธอตัดสินใจได้อย่างถูกต้องที่สุด เพราะเธอได้งาน ซึ่งเป็นงานที่มีเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจของบ้าน อีกทั้ง หน้าที่การงานของเธอยังประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด เธอมีความสุขเปลี่ยมล้น แต่ในความสุขนั้นๆ กลับมีความทุกข์คืบคลานเข้ามาหาเธอ โดยที่เธอไม่ทันรู้สึกตัวสักนิด

“สมัยปี 2542 เรามีความสุขล้นทะลักมาก ทำงานได้เงินเดือน 7,780 บาท แต่ซื้อรองเท้าทำงานคู่ละ 12,000 บาท แบบลดแล้วนะ 50% ตัดสินใจซื้อทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว เพียงแค่เดินผ่านโชว์รูม แล้วเห็นรถยนต์หรูจาร์กัวร์น่าขับ ก็เดินเข้าไปซื้อด้วยเงินสดๆ เพราะคิดว่าก็แค่ 4.2 ล้านเอง พร้อมจองทะเบียนตองไว้ด้วย ไม่พอแค่นั้น เราซื้อคอนโดหรูกลางเมือง แบบซื้อทีเดียว 2 ห้องเลย และยังเที่ยวผับหรู เที่ยวเมืองนอก เข้าสู่วงการพนัน เรียกได้ว่า ของเล่นคนรวยทุกอย่าง บอสมีหมด มิหนำซ้ำ เรายังมีเมกะโปรเจกต์ใหม่ โดยการขนเงินไปลงทุนร้านอาหารที่นิวซีแลนด์” บอส พรรณนาถึงช่วงชีวิตอันโชติช่วงของเธอ


เธอคิดไม่ตกเรื่องฆ่าตัวตาย

ปลิดชีวิตคิดสั้นครั้งที่ 2! จุดที่เงินทองกองมากมาย แต่หายไปในพริบตา
และ แล้วความวิบัติก็เดินทางมาถึงเมกะโปรเจกต์ร้านอาหารไทยในเมืองนอก กลับล้มคว่ำ เธอเข้าสู่หายนะทางการเงิน มิหนำซ้ำยังตกอยู่ในความเครียดและความล้มเหลวอีกครั้ง เธอนอนซมไม่ทำอะไรใดๆ สิ้นหวังกับชีวิต อยากฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 2

“เราขึ้นไปในจุดสูงสุดของชีวิตและตกตุ้บลงมาอย่างไม่ทันตั้ง ตัว เราเห็นแม่ทุกข์ใจอย่างหนัก ส่วนบอสก็กลับมาตกงานอีกครั้ง ความรู้สึกสิ้นหวัง เหนื่อย ท้อใจแวะเวียนมาอีกแล้ว ตอนนั้นโทรไปสั่งเสีย พรั่งพรูทุกอย่างให้พี่ปูฟัง แล้วบอกกับเขาว่าเราอยากฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็ได้รับคำปลอบประโลมจากพี่ปู และพี่ปูเข้ามาหาที่ห้องทันที บอสเลยวางอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าตัวตายลง เพื่อทบทวนทุกอย่างอีกครั้งตามคำขอร้องของพี่ปู” เธอเล่าถึงความคิดฆ่าตัวตายไม่สำเร็จครั้งที่ 2


บริเวณนี้ คือ จุดที่เธอจะกระโดตึกฆ่าตัวตาย

ปลิดชีวิตคิดสั้นครั้งที่ 3! หมดสิ้นแล้วความสุข ขอลับลาโลก
แม้ จะผ่านวินาทีเป็นวินาทีตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง แสงสว่างของปัญหาทั้งหมดทั้งมวลก็ยังไม่สามารถส่องถึง เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ ได้ เธอยังจมอยู่กับความซึมเศร้า ย้ำอยู่กับความผิดพลาดของชีวิต และคิดฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 3

“เราขึ้นไปยืนชั้นบนสุดของยอดตึก นึกถึงภาพความผิดพลาดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และโทรไปหาพี่ปู ผู้ที่คอยรับฟังเรื่องราวชีวิต ผู้ที่ไม่เคยทอดทิ้งเรามาโดยตลอด และเมื่อเรากำลังจะวางสาย พร้อมกระโดดแล้วตอนนั้น พี่ปู ก็มาโผล่ตรงหน้า แต่ไม่ว่าพี่ปูจะรั้งอย่างไร เราก็ไม่อยู่แล้ว แต่พี่ปูก็เลือกที่จะกราบเรา เพื่อขอให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป เราซึ้งใจในมิตรภาพครั้งนี้มากๆ ในที่สุดเราจึงตัดสินใจลงมาจากขอบระเบียง ล้มเลิกความคิดฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังแอบคิดว่า มันอาจจะต้องมีครั้งที่ 4 แน่ๆ” บอส เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนผ่านมาได้ไม่นาน


ระเบียงที่เคยคิดจะเลือกจบชีวิตเพียงอารมณ์ชั่ววูบ

เมื่อคนรักคิดพักผ่อนชั่วนิรันดร์…
มูลเหตุที่ทำ ให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะปลิดชีวิตตัวเอง มาจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในค่ำคืนหนึ่ง บอส เล่าถึงวินาทีที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือนว่า “หลังจากที่เรามีความคิดที่จะฆ่าตัวตายมาโดยตลอด พี่ปูเลยเป็นห่วง จึงมานอนเป็นเพื่อนที่คอนโด แต่แล้วคืนนั้น เราก็ต้องตื่นขึ้นกลางดึกจากเสียงโทรศัพท์ของแม่พี่ปู แม่โทรมาบอกว่า เมื่อกี้ดูข่าวช่วงดึก เห็นมีอยู่ข่าวหนึ่งเป็นข่าวคนกระโดดตึกตาย แล้วกล้องมันแพลนไปที่ศพ ศพนั้นใส่เสื้อผ้าเหมือนกับพี่ชายแท้ๆ ของพี่ปู แม่ใจไม่ดี กลัวว่าเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน จึงขอให้พี่ปูรีบออกไปดูที่โรงพยาบาลทันที และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นจริงๆ ชายที่กระโดดจากลานจอดรถชั้น 9 ของตึกชื่อดังกลางกรุง คือ พี่ชายแท้ๆ ของพี่ปูนั่นเอง”

ด้วยความที่พี่ชายของพี่ปู ประสบปัญหาเรื่องการงาน การเงิน และไม่สามารถหาทางออกได้ จึงตัดสินใจละความทุกข์ ด้วยวิธีพาชีวิตไปสู่ความตาย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ นำมาสู่ความรู้สึกผิดมาสู่ครอบครัวของพี่ปูอย่างมาก เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ ทางผู้ตายได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับความคิดฆ่าตัวตายบางอย่างออกมา

สาวใช้ประจำบ้านได้ไปพบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่เป็นลายมือของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้ลิสต์วิธีการฆ่าตัวตายต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ทางบ้านจึงช่วยกันให้กำลังใจ พาไปปรึกษาแพทย์ จนดูเหมือนว่า ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และทุกคนชะล่าใจว่า ผู้ตายจะไม่คิดฆ่าตัวตายอีก แต่สุดท้ายเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น…เขาฆ่าตัวตายสำเร็จด้วยการ กระโดดตึก


เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ หรือ บอส เธอขออุทิศตนเพื่อสังคม

ความตายแลกความคิด! ปมชีวิตสำคัญ ลบความคิดฆ่าตัวตาย อุทิศหัวใจเพื่อสังคม
“เหตุการณ์ ครั้งนี้ กลายมาเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของชีวิต หลังจากพี่เขาเสียไป เราได้เห็นชีวิตคนรอบข้าง ครอบครัว คนรักของเขา เราได้เห็นว่า ยังมีใครที่จมอยู่กับความรู้สึกผิด ยังมีใครที่ทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย เขาละทิ้งปัญหาไป แต่ความเศร้าใจยังคงอยู่กับคนที่เขารักไปชั่วชีวิต” เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ มองเห็นถึงบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล

ปัจจุบัน บอส เพียรชนันท์ และพี่ปู หยิบเอาเรื่องราวร้ายดีทุกช่วงชีวิตของเธอมาเป็นเครื่องเตือนสติในการดำรงชีวิต และอุทิศตนเพื่อ “ชมรมเพื่อนไบโพลาร์” ซึ่งเป็นชมรมที่ก่อตั้งขึ้นมา เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ และเป็นศูนย์รวมของผู้ที่อยู่กับโรคไบโพลาร์ โดยในชมรมดังกล่าว มีผู้ที่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายอยู่หลายต่อหลายคน แต่คนเหล่านี้สามารถต่อสู้กับปัญหา เรียนรู้ชีวิตด้วยความเข้าใจ จนสามารถหลุดพ้นวินาทีปลิดชีวิตตนเองมาได้

“ความหวัง อาจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่จำเป็นต้องมี อุปสรรค คือ สิ่งกีดขวางที่ต้องเรียนรู้ เพื่อก้าวข้ามและมันไม่ใช่ทางตัน ความล้มเหลวเป็นสถานการณ์ ไม่ใช่ตัวบุคคล การยอมรับ รัก และให้เกียรติตนเอง คือ ยารักษาผลข้างเคียงของการอยู่ในโลกความเป็นจริง” บอส เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ ผู้ก้าวข้ามความตายทิ้งท้าย.


“ชมรมเพื่อนไบโพลาร์”

ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งประธานชมเพื่อนไบโพลาร์
August 6, 2015

จอดรถนอนในปั๊ม ปู่-หลานดับคาเก๋ง คาดขาดอากาศหายใจ

Published Post author

สุดสลด! ปู่-หลาน 4 ขวบ ดับคารถเก๋งจอดพักในปั๊มน้ำมันสมุทรสาคร ตร. ชี้ เสียชีวิตมาแล้ว 2 วัน คาดอาจอ่อนเพลียจนหลับใน ประกอบกับมีโรคประจำตัว ทำให้ขาดอากาศหายใจในรถจนเสียชีวิต…

เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2558 พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ ภาวะบุตร พนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด รับแจ้งเหตุมีคนตายอยู่ภายในรถ ที่ปั๊มน้ำมันบางจากนาโคก เลขที่ 84/7 ม.2 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.นภดล รุ่งสาคร ผกก.สภ.บางโทรัด เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบรถยนต์แวน 4 ประตู ยี่ห้อมาสด้า สีน้ำตาล รุ่นไทบิวส์ หมายเลขทะเบียน ษจ 8350 กทม.จอดอยู่ภายในปั๊มบริเวณที่เติมลม

โดยภายในรถเบาะด้านหน้าคนขับพบศพ นายกรปภพ มณีผ่อง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/130 ม.3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ส่วนเบาะนั่งซ้ายพบศพเด็กชายพิพัฒน์ มณีผ่อง อายุประมาณ 4 ปี นอนอยู่บริเวณเบาะนั่ง โดยปลายเท้าพาดอยู่กับศพของ นายกรปภพ ตรวจสอบภายในรถพบมีถุงยาของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าในกล่องพัสดุ ระบุรักษาอาการไข้หวัดของ เด็กชายพิพัฒน์ และถุงยาแก้โรคความดันและโรคหัวใจของโรงพยาบาลหัวเฉียว ระบุชื่อ นายกรปภพ อยู่ภายในรถอีกด้วย โดยตรวจสอบพบว่า ทรัพย์สินเงินสด มีประมาณ 7,000 บาท และกระเป๋าเงินพร้อมบัตรเอกสารต่างๆ อยู่ครบ ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

จากการสอบถาม นายอภิชาต วงศ์รังรอง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.2 ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผู้จัดการหน้าร้านของปั๊มน้ำมัน กล่าวว่า เห็นรถคันดังกล่าว มาจอดตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 03.00 น.โดยได้ติดเครื่องไว้ซึ่งตนไม่ได้สนใจนึกว่ามาจอดเพื่อพักผ่อน จนกระทั่งตนหยุดเวรไป และมาเข้าเวรอีกในวันนี้ ก็ยังพบรถคันเดิมจอดอยู่จึงเดินเข้ามาดูก็พบว่า เครื่องดับ จึงเคาะกระจก แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวใด และมาพบว่า มีคนเสียชีวิตในรถยนต์ดังกล่าว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

โดยทางด้าน พ.ต.อ.นภดล รุ่งสาคร ผกก.สภ.บางโทรัด กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายกรปภพ ผู้ตายเป็นนายช่างเทคนิคชำนาญงาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งเป็นปู่ได้นำหลานชายจะเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดเพชรบุรี และได้มาจอดรถที่ภายในปั๊ม เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เนื่องจากอ่อนเพลียรวมทั้งมีโรคประจำตัว คาดว่าน่าจะหลับไป และขาดอากาศหายใจจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เพราะว่า กุญแจยังอยู่ในตำแหน่งที่สตาร์ตรถอยู่ โดยจะนำศพส่งสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และจะประสานญาติให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

July 30, 2015

ตชด.436 สตูล ร่วมทหาร ยึดกัญชาลอตใหญ่ มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

Published Post author

ตชด.436 จ.สตูล ร่วมกับทหารกองกำลังเทพสตรีฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดกัญชา 431 กก. ในกล่องพัสดุ ถูกวางทิ้งบริเวณป่าชายเลน มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีไปได้หวุดหวิด…

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ก.ค. 58 ที่กองร้อย ตชด.436 จ.สตูล นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.สตูล นายสกล จันทรักษ์ ปลัด จ.สตูล พ.อ.นัฐสิทธิ์ มากสุวรรณ รอง ผอ.รมน.สตูล ร.ต.อ.เดชา บุญรอด ผบ.ร้อย ตชด.436 จ.สตูล นายสุทธิ อำมาตย์ กำนัน ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมืองสตูล ชุดสืบสวนภาค 9 ได้ร่วมกันแถลงข่าว การตรวจยึดกัญชาลอตใหญ่ 431 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท ที่ตรวจยึดได้บริเวณป่าชายเลน บ้านบันนังปุเลา ม.4 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล

การตรวจยึดกัญชาในครั้งนี้สืบเนื่องจาก กำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จาก กก.ตชด.43 กองร้อย ตชด.436 จ.สตูล กองร้อย อส.จ.สตูล ศรภ.กองบัญชาการกองทัพไทย ทหารกองกำลังเทพสตรี ชุดสืบสวน สภ.เมืองสตูล ร่วมสนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น หลังจากสืบทราบว่า มีการนำกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ด้านชายแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อส่งขายต่อไปยังประเทศมาเลเซีย สำหรับราคาในพื้นที่ จ.สตูล จะมีราคากิโลกรัมละ 35,000 บาท แต่เมื่อสามารถส่งไปยังประเทศมาเลเซีย จะมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าตัว คือจะมีราคาประมาณ 15,085,000 บาท

จากการตรวจค้นพบกัญชาอัดแท่ง จำนวน 431 แท่ง น้ำหนัก 431 กิโลกรัม แต่ผู้กระทำผิดไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป.

July 21, 2015

พระเอกตาโหล-นางเอกส้มหล่นอัพ ‘โค้ก’ คาห้องน้ำผับ ผจก.ส่วนตัวเสิร์ฟให้เอง

Published Post author

ขึ้นชื่อว่าศิลปินดารานอกเหนือจากการสร้างความสุขให้คนดูผ่านการแสดงและ ผลงานที่ออกมาแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญจนถือเป็นหน้าที่สำคัญของ “ดารา” นั่นก็คือการเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม แน่นอนหน้าม่านมายาดาราหลายคนทำได้ดี แต่หลังม่านไม่ใช่ทุกคนที่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพดาราและเสียงกรี๊ดกร๊าดชื่นชม ของประชาชน

จริงๆ เรื่องนี้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ไม่อยากนำเสนอเท่าไร เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ของวงการบันเทิง แต่อยากเตือนสติดาราหลายคนที่กำลังหลงทางให้คุณนึกเสมอว่าดาราควรเป็น ตัวอย่างที่ดี ไม่ใช่ตัวอย่างที่เลว เรื่องนี้เป็นเรื่องของนางเอกสาวส้มหล่นคนล่าสุดกับพระเอกตาโหล ที่อยู่ในสังกัดผู้จัดการเดียวกัน แล้วที่เห็นแฟนคลับล้นหลามมีแต่คนชื่นชมในภาพลักษณ์หนุ่มหล่อมากเสน่ห์ แต่ใครจะรู้เบื้องหลังอันน่าอดสูของเขากับเรื่องของยาเสพติด

ล่าสุดมีข่าวหลุดจากแหล่งข่าวเลียบด่วน ว่าเกิดเหตุน่าอดสูขึ้นที่ผับชื่อดังย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ว่านางเอกส้มหล่นและพระเอกตาโหลแอบไปอัพ “โค้ก” ในห้องน้ำผับดัง พากันเมามายไม่ได้สติ และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคนที่หายาใส่กล่องกระดาษสำเร็จรูปมาให้คือ “ผู้จัดการส่วนตัว” เพราะตัวผู้จัดการเองก็ติดอบายมุขเหล่านี้จนพากันชักชวนไปในหนทางอันตกต่ำ!!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งที่จะทำให้ดาราขึ้นสูงหรือลงต่ำก็คือผู้จัดการ ส่วนตัว ดาราคนไหนคุมตัวเองได้ดีและมีผู้จัดการส่วนตัวที่ส่งเสริมในด้านดีก็จะบิน ขึ้นสูง แต่หากใครที่มีผู้จัดการส่วนตัวพาไหลลงต่ำ เชื่อเถอะว่าต่อให้โด่งดังล้นฟ้าแค่ไหนอยู่ได้ไม่นานก็จะตกหล่นตุ้บจาก สวรรค์เพราะพฤติกรรมแย่ๆ

อาชีพดาราบทจะดังอะไรก็ฉุดไม่อยู่ งานเงินวิ่งเข้ามาไม่ขาดสาย ใครๆ ก็จ๊ะจ๋าล้อมหน้าล้อมหลัง แต่หากวันหนึ่งตกขึ้นมาสิ่งจอมปลอมเหล่านี้ก็หายวับไปกับตา ทำตัวให้ดี รับมือกับชื่อเสียงเงินทองอย่างมีสติ แล้วคุณจะอยู่ได้ยาวในอาชีพดารา

อย่าลืมว่าความลับไม่มีในโลก เส้นดี ขาใหญ่แค่ไหน ดวงซวยเจอจับตรวจฉี่ขึ้นมาจะตกสวรรค์ไม่รู้ตัว คราวนี้ละหายนะตกอับกันทั้งแก๊ง! อ๋อ แล้วก่อนจากมีคนฝากถามน้องนางเอกส้มหล่นว่าค่าทำจมูกงวดสุดท้ายที่ติดเป็น ชาติ เมื่อไหร่จะจ่ายจ๊ะ?

July 14, 2015

ดราม่าไตรภาค! จากเอมมี่ ซี ถึงมารูนไฟว์ 15 ข้อทำไมอยากดูกันจัง

Published Post author

จากประเด็นดราม่าบัตรคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก “มารูนไฟว์” จนทำให้เกิดกระแสโจมตี “เอมมี่ มรกต กิตติสาระ” เหตุโพสต์ภาพบัตรคอนเสิร์ต 25 ใบของ มารูนไฟว์ เรื่องยังไม่ทันจบ นักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาทอย่าง “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” โดนชาวเน็ตสับเละ หนักถึงขั้นต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว เหตุฟิวส์ขาดระเบิดอารมณ์ผ่านคลิป งานนี้ทำเอาโลกโซเชียลร้อนระอุ มีแฮชแท็กสุดฮิตให้ได้ติดตามกันในทวิตเตอร์อย่าง #เอมมี่25ตั๋ว #อย่ามาซี

หลายคนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับมารูนไฟว์คงกำลังสงสัยว่าทำไมถึงต้องอยากดูจน เกิดเป็นกระแสร้อนๆ บนโลกโซเชียล “ไทยรัฐออนไลน์” ขอพาคุณไปหาคำตอบกับ 15 ข้อทำความรู้จัก “มารูนไฟว์”

1.ก่อนที่ “มารูนไฟว์” จะเป็นวงดังระดับโลกอย่างทุกวันนี้ ในปี 1994 ขณะเรียนไฮสคูล ได้มีการก่อตั้งวงดนตรีขึ้นมา ชื่อว่า Kara’s Flowers โดยมีสมาชิก 4 คน ได้แก่ “อดัม เลอวีน” (กีตาร์และร้องนำ) “เจสซี คาร์ไมเคิล” (คีย์บอร์ด) “มิกกี แมดเดน” (กีตาร์เบส) และไรอัน ดูซิค (กลอง) โดยชื่อวง Kara’s Flowers ตั้งตามชื่อของกลุ่มผู้หญิงที่สมาชิกวงหลงใหล แต่แล้ววง Kara’s Flowers ก็ไม่ประสบความสำเร็จทำให้ต้องแยกย้ายกันไปศึกษาต่อพร้อมทั้งทำงานเสริมขายกล่องไปรษณีย์ราคาถูก

2.ต่อมาในปี ค.ศ.2001 สมาชิกทั้ง 4 คน กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง โดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกคน นั่นก็คือ เจมส์ วาเลนไทน์ (กีตาร์) และใช้ชื่อวงใหม่ว่า Maroon 5

3. “มารูนไฟว์” มีการปรับเปลี่ยนแนวดนตรี จากเดิมในช่วงยังเป็นวง Kara’s Flowers แนวดนตรีคือ อัลเทอร์เนทีฟ-กรันจ์ร็อก แต่เมื่อมารวมตัวเป็นวง Maroon 5 แนวดนตรีจึงเป็นแนวป๊อปร็อกที่ผสมกลิ่นอายของดนตรี ฟังก์ แจ๊ส และโซล

4.ในปี ค.ศ. 2006 “ไรอัน ดูซิค” ตำแหน่งกลองคนแรกของมารูนไฟว์ออกจากวงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากความทรมานเรื้อรังจากการทัวร์คอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง

5.ปัจจุบัน “มารูนไฟว์” จึงมีสมาชิก 6 คน ได้แก่ อดัม เลอวีน (นักร้องนำ), เจมส์ วาเลนไทน์ (กีตาร์), เจสซี คาไมเคิล (คีย์บอร์ด), มิคกี แมดเดน (เบส), แมตต์ ฟลินน์ (กลอง), พีเจ มอร์ตัน (คีย์บอร์ด )

6. มารูนไฟว์ได้รับรางวัลแกรมมี่ สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในปี 2005 และทำยอดขายกว่า 17 ล้านก๊อบปี้ทั่วโลก ผลงานของพวกเขาได้รับการ ยกย่องให้เป็นอัลบั้มระดับโกลด์และแพลตินัมในกว่า 35 ประเทศทั่วโลก

7. มารูนไฟว์ มีผลงานออกมาแล้วถึง 5 อัลบั้ม ปี 2002 อัลบั้ม ซองส์อะเบาต์เจน (Songs About Jane) , ปี 2007 อัลบั้ม อิตโวนต์บีซูนบีฟอร์ลอง (It Won’t Be Soon Before Long), ปี 2010 อัลบั้ม แฮนส์ออลโอเวอร์ (Hands All Over), ปี 2012 อัลบั้ม โอเวอร์เอกซ์โพสด์ (Overexposed), ปี 2014 อัลบั้ม ไฟฟ์ (V)

8.นอกจากฝีมือด้านดนตรีแล้ว นักร้องนำสุดเซ็กซี่ที่สาวๆ กรี๊ดกันทั่วโลกยังได้ฝากผลงานในด้านการแสดงอีกด้วย ในปี ค.ศ. 2012 “อดัม เลอวีน” เริ่มงานแสดงเป็นตัวละครรองในซีซั่นที่สองของรายการโทรทัศน์แนวสยองขวัญ อเมริกันฮอร์เรอร์สตอรี: อะไซลัม (American Horror Story: Asylum)

9.รู้หรือไม่ว่า อดัม เลอวีน เล่นหนัง ดังเรื่อง Begin Again หนังเพลงต่อจาก Once ของผู้กำกับจอห์น คาร์นี่ นำแสดงโดยมาร์ค รัฟฟาโล, เคียร่า ไนท์ลี่ และ อดัม เลอวีน โดยไม่รับค่าตัว โดยหนังเรื่องนี้กระแสดูจะแผ่วๆ ในเมืองไทย แต่พอได้รับการเชียร์ตามโซเชียลหลังจากที่หลายคนเข้าไปดู ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นกระแสอีกครั้ง โดยเฉพาะเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะเพลง Lost Stars ครับ ที่มีทั้งฉบับขับร้องโดยอดัม เลอวีน และเคียร่า ไนท์ลี่

10.แถมเรื่องอดัม เลอวีน อีกสักข้อ ในโปรไฟล์หลายคนตกใจเพราะนอกจากนักร้องนำรูปหล่อ อดัม เลอวีน จะเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง ยังเป็นโค้ชรายการแข่งขันร้องเพลงอีกด้วย ใช่ ตั้งแต่ ค.ศ. 2011 เลอวีนรับหน้าที่เป็นโค้ชในรายการเรียลลิตี้โชว์ เดอะวอยซ์ ทางช่องเอ็นบีซี มีผู้ชนะจากซีซั่น 1 และ 5 จากรายการ ฮาเวียร์ โคลอน และเทสแซน ชิน มาจากทีมของเลอวีน

11.โจ มณฑานี ตันติสุข เซียนฮอลลีวูด บอกว่า ก่อนหน้านี้มารูนไฟว์ถือเป็นวงที่น่านับถือมาก เพราะดังขนาดออกมา 5 อัลบั้มวงยังไม่แตก แม้จะช่วงหนึ่งจะถือว่าเป็นขาลงของวงนี้ แต่เหมือนฟ้าส่ง อดัม เลอวีน ผันตัวมาเป็นโค้ชเดอะวอยซ์ยูเอส ทำให้ชื่อเสียงของวงมารูนไฟว์โด่งดังอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ดังกว่าครั้งไหนๆ เพราะลูกเล่นแพรวพราวของเขาและวงที่มาร่วมในรายการเดอะวอยซ์ และจุดที่สำคัญอัลบั้มพวกเขาออกอัลบั้มคู่กับ คริสตินา อากีเลรา ทำให้ได้รับการตอบรับถล่มทลาย

12.รู้หรือไม่ว่ามารูนไฟว์ เคยให้สัมภาษณ์ว่าเพลงพวกเขาได้รับอิทธิพลจาก Oasis, Michael Jackson, The Police, Talking Heads, Prince เป็นต้น โดยเพลงที่ได้รับความนิยมชนิดที่ต้องฟังของพวกเขาได้แก่ This Love, Makes Me Wonder, Misery, She Will Be Loved, Never Gonna Leave This Bed และ Makes Me Wonder เป็นต้น

13. กลับมาที่คอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นในบ้านเรากันบ้าง ย้อนกลับไปหนุ่มๆ มารูนไฟว์ เคยทำการแสดงสดในประเทศไทยมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2555 บอกเลยว่าในแต่ละครั้งที่ทำการแสดงแฟนๆ ชาวไทยไม่เคยผิดหวัง ซึ่งเราก็คาดว่าคอนเสิร์ตครั้งที่ 4 ในประเทศไทย หนุ่มๆ ก็คงต้องจัดเต็มอีกเหมือนเดิม

14.สุดพิเศษ ในคอนเสิร์ตวันที่ 21-22 ก.ย. 58 นี้มารูนไฟว์ จะเดินทางมาเปิดการแสดงพร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ 3 หนุ่มสวีดิช เดอร์ตี้ ลูพส์ (Dirty Loops) นักดนตรีมือฉมังที่จะมาเขย่าเวที เพิ่มดีกรีความมันส์ให้กับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วย

15.บัตรคอนเสิร์ตรอบแรกของหนุ่มๆ มารูนไฟว์ วงดนตรีระดับโลก ถูกจำหน่ายในวันที่ 16 พ.ค.58 บัตรขายหมดเกลี้ยงรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ 3 นาที ทำให้มีกระแสเรียกร้องให้จัดคอนเสิร์ตรอบสองขึ้น จนในที่สุดก็ได้มีการคอนเฟิร์มจัดรอบสอง และได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 5 ก.ค.58 งานนี้ดูเหมือนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม บัตรหมดเกลี้ยงเต็มภายในเวลาไม่กี่นาที

งานนี้บอกเลยว่ามารูนไฟว์จัดแสดงอีกกี่รอบคนก็ยังคงแย่งกัน ซื้อบัตรอีกเช่นเคย ใครที่มีบัตรคอนเสิร์ตในครั้งนี้กำบัตรของท่านไว้ให้แน่นมือ ส่วนใครที่ยังไม่มีบัตรไม่ต้องเสียใจ ครั้งต่อไปต้องเป็นวันของคุณ! 

July 7, 2015

สลด! ระเบิดโจมตีกลางกรุงไคโร สังหารอัยการสูงสุดอียิปต์

Published Post author

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุระเบิดในกรุงไคโร ของอียิปต์ โดยนำระเบิดใส่ไว้ในกล่องกระดาษสำเร็จรูป ถูกขบวนรถของนาย ไฮชาม บาราคัต อัยการสูงสุดของประเทศ เป็นเหตุให้เขาเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดโจมตีรถของ นาย ไฮชาม บาราคัต อัยการสูงสุดแห่งประเทศอียิปต์ ขณะกำลังแล่นอยู่บนถนนในเขต เฮลิโอโพลิส ของกรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้นายบาราคัต ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ตามรายงานของสำนักข่าว เมนา ของรัฐบาลอียิปต์ ระบุว่า นายบาราคัตเสียชีวิตหลังจากเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าว เอพี ว่า นายบาราคัตมีบาดแผลถูกของมีคมหลายแห่งบริเวณช่วงอก, ไหล่ และที่ตับ

ด้านนายพล โมฮัมเหม็ด กามาล หัวหน้าหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของอียิปต์ เผยต่อสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า การโจมตีเมื่อวันจันทร์ เป็นระเบิดคาร์บอมบ์ด้วยระเบิดที่ติดตั้งเอาไว้ใต้รถที่จอดอยู่ในจุดที่ขบวน รถของนายบาราคัตจะแล่นผ่าน ขณะที่องครักษ์ของนายบาราคัตซึ่งได้รับบาดเจ็บเผยว่า ระเบิดเกิดขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินทางไปยังสำนักงานอัยการ แรงระเบิดทำให้เศษกระจกปลิวไปทั่ว และสั่นสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ สำนักข่าว เมนา รายงานด้วยว่า เหตุระเบิดทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตด้วยอย่างน้อย 3 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 8 คน


ไฮชาม บาราคัต อัยการสูงสุดของอียิปต์ (ภาพ: AFP)

อนึ่ง นายบาราคัตนับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลอียิปต์ตำแหน่งสูงที่สุดที่ถูกลอบสังหาร นับตั้งแต่การโค่นอำนาจอดีตประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี เมื่อกลางปี 2013 ซึ่งหลังจากนั้นมีสมาชิกกลุ่มภราดรภาพมุสลิมหลายพันคนถูกพิพากษาดำเนินคดี หลายร้อยคนถูกตัดสินประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต

เมื่อไม่นานมานี้ แนวร่วมของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในอียิปต์ เพิ่งออกมาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนโจมตีฝ่ายตุลาการของอียิปต์ เพื่อแก้แค้นแก่พรรคพวก 6 คนที่ถูกประหารด้วยการแขวนคอ

June 30, 2015

เครียดจัด! นิติกรกทพ. หลาน ‘ถวัลย์ ดัชนี’ ยิงกรอกปากดับ

Published Post author

นิติกรระดับ 6 การทางพิเศษฯ เป็นหลานชาย‘ถวัลย์ ดัชนี’ศิลปินชื่อดังผู้ล่วงลับ ใช้ปืน.38ที่เก็บไว้ในกล่องไปรษณีย์ ยิงกรอกปากตัวเองดับคาบ้านพัก เมียเกิดเอะใจเพราะสามีไม่ไปทำงาน รีบกลับมาบ้านพบกลายเป็นศพไปแล้ว คาดเครียดเรื่องงาน…

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 23 มิ.ย.58 พ.ต.ท.วันชัย สืบจากศรี พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.บึ่งกุ่ม รับแจ้งมีผู้ยิงตัวตาย ภายในบ้านเลขที่ 47/24 ถนนนวมินทร์ 42 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ

ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลัง ภายในบ้านพบศพนายอนุพงษ์ ดัชนี อายุ 48 ปี รับราชการตำแหน่งนิติกร 6 ฝ่ายกฎหมาย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ใช้ปืนขนาด.38 ยิงกรอกปากตัวเองทะลุท้ายทอยเสียชีวิตในลักษณะศีรษะพิงโซฟา ใกล้กันพบปืนลูกโม่ ขนาด.38 ตกอยู่ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

จากการสอบสวนภรรยาผู้ตาย ให้การว่า ปกติสามีจะมารับยังที่ทำงานเป็นประจำ แต่พักหลังสามีงานยุ่งจึงไม่ได้พบกัน โดยเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านได้โทรศัพท์ติดต่อสามี แต่ไม่รับสาย จึงโทรไปที่ทำงานก็ทราบว่าสามีไม่ได้มาทำงาน จึงเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีรีบเดินทางมาดูที่บ้านพัก และพบว่าสามียิงตัวตายแล้ว

ด้านพ.ต.ท.วันชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นหลานของ อ.ถวัลย์ ดัชนี จิตรกรชื่อดังศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ส่วนสาเหตุคาดว่า น่าจะเกิดจากความเครียด เนื่องจากพบสมุดโน้ตที่ผู้ตายเขียนระบายความเครียดเรื่องงานหลายเล่ม ซึ่งทางตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุต่อไป.

June 24, 2015