น่าสงสาร! ทารกหญิงถูกทิ้งป่าหญ้า ชาวบ้านคิดว่าเป็นตุ๊กตาลูกเทพ!

Published Post author

เด็กทารกเพศหญิงวัยแรกเกิดสายสะดือติดคา ถูกทิ้งป่าหญ้าข้างกำแพงสมาคมตระกูลยิ่งชวน จ.สมุทรปราการ ชาวบ้านคิดว่าเป็นตุ๊กตาลูกเทพ หลังเดินเข้าไปใกล้ร่างกายขยับได้ รีบช่วยเหลือโทรแจ้ง ตร. พบพิรุธแท็กซี่จอดนาน 2 ชม. คาดนำเด็กมาทิ้ง

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 ม.ค.59 พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้ง พบเด็กทารกวัยแรกเกิดถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณป่าหญ้าข้างกำแพง สมาคมตระกูลยิ่งชวน ซอยคลองอาเสี่ย ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ โดยมีชาวบ้านช่วยเหลือเอาไว้ได้ หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.แพรกษา เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบทารกเพศหญิงวัยแรกเกิด ซึ่งมีสายสะดือติดคาอยู่ ใกล้กันพบมีผ้าเช็ดตัวสีน้ำเงินห้อยอยู่บนกิ่งไม้ คล้ายกับร่างทารกถูกโยนทิ้งข้ามกำแพงไป ตรวจสอบตามร่างกายมีรอยมดกัดจนมีผื่นแดงขึ้นเต็มตัว ชาวบ้านได้ช่วยเหลือนำขึ้นมาจากพงหญ้าก่อนเจ้าหน้าที่จะไปถึง

จากการสอบถาม น.ส.มานิตย์ เงินฉาย อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลสมาคมตระกูลยิ่งชวน กล่าวว่า ก่อนจะพบทารก ได้มีรถแท็กซี่สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ขับมาจอดบริเวณดังกล่าวนานกว่า 2 ชม. แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจ เนื่องจากคิดว่ามาจอดนอนพักผ่อน กระทั่งแท็กซี่คัน ดังกล่าวขับออกไป ระหว่างนั้นนายยงยุทธ์ กะธิศาสตร์ อายุ 45 ปี คนงานก่อสร้างโรงงานกล่องไปรษณีย์ ซึ่งทำงานกันอยู่บริเวณหน้าสมาคม ได้เดินไปบริเวณริมกำแพงซึ่งมีความสูงจากพื้นกว่า 3 เมตร สายตาได้สังเกตเห็นร่างกของเด็กทารกนอนซุกอยู่ในพงหญ้า

“ตอนแรกคิดว่าเป็นตุ๊กตาลูกเทพ ที่คนไม่เล่นแล้วนำมาโยนทิ้ง นายยงยุทธ์ จึงได้ตะโกนเรียกให้มาช่วยดู กระทั่งเห็นร่างเด็กขยับตัว จึงทราบว่าเป็นเด็กทารก จากนั้นจึงลงไปช่วยเหลือเอาไว้ได้ และรีบโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ โชคดีที่ตัวเงินตัวทองไม่มีคาบเด็กไป เนื่องจากจุดดังกล่าว มีตัวเงินตัวทองอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก”

เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกทึบและมี กำแพงกั้น สูงตลอดแนว คาดว่า คนที่ลงมือนำทารกมาทิ้งนั้น ต้องอาศัยการโยนข้ามกำแพงถึงจะสามารถนำทารกลงไปในป่าได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามรถแท็กซี่คันดังกล่าวมาสอบสวน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมกับ เร่งประสานกับสถานพยาบาลและการแพทย์เพื่อสืบหาข้อมูลการเข้ารักษาตัวของหญิง ที่เพิ่งคลอดลูกเพื่อหาตัวแม่ของเด็กรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

January 26, 2016

ศิลปินจำเป็น!! สื่อผ่านภาพ-เพลง ร้องระบายทุกข์คนสวนยาง

Published Post author

(เครดิตภาพวาด จากกฤช เหลือลมัย)

ชาวสวนยางระบายทุกข์ออกมาเป็นเสียงเพลง อัดคลิปลงโซเชียลร้องบอกความรู้สึก จากยางโลละ 120 เหลือ 4 โล 100 เพื่อนผมเงียบหายหมดเลย ส่วนศิลปินวาดภาพสื่อความหมายรอยแผลบนร่างกาย คล้ายกับรอยกรีดยาง…

จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราส่วนหนึ่งที่เล่นโซเชียลใช้เฟซบุ๊กเป็นที่ระบาย ความรู้สึก และความทุกข์ที่ได้รับอย่างแสนสาหัส บางคนต้องให้ลูกหยุดเรียน เนื่องจากไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน รถที่ซื้อก็ไม่มีเงินผ่อน ต่างหาหนทางที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด บางคนต้องไปรับจ้างเป็นฝ่ายผลิตในโรงงานกล่องไปรษณีย์เพื่อความอยู่รอด

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งหาทางออกด้วยการโพสต์ภาพศิลปะแบบประชดประชัน ล้อเลียน เสียดสี บ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ชาวสวนยางประสบ และบางคนแต่งเพลงวอนขอความเมตตาต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเช่น นายกฤช เหลือลมัย ศิลปินและนักเขียน ที่วาดภาพเป็นผู้ชายมีรอยกรีดที่ข้างลำตัวเหมือนรอยกรีดยาง มีเลือดไหลเป็นทางลงสู่กะลาสีธงชาติ บ่งบอกความหมายถึงความเจ็บปวดที่ชาวสวนยางได้รับ ซึ่งภาพนี้ มีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์

นอกจากนี้ ยังมีบทเพลงจากศิลปินจำเป็นชาวสวนยาง ที่อัดคลิปร้องระบายความรู้สึกกันมากมายในโลกสังคมโซเชียล เช่น คลิปของ คีตลักษณ์ ศรีนอง ที่ออกมาร้องเป็นเพลงว่า

“ยาง 4 โลร้อย นั่งคอยอะไรกันเหล่า ขึ้นปี 59 นั่งรออะไหรกันเหลย เราขอยางโล 120 บัดนี้ยาง 8 โล 100 พวก กปปส. เพื่อนผมเงียบหายหมดเลย ไม่รู้จะไปพึ่งใคร” ลองฟังได้จากเฟซบุ๊ก คีตลักษณ์ ศรีนอง รวมทั้งศิลปินจำเป็นอีกหลายคน.

January 12, 2016

ระทึก! พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดซุกห้องแถวร้างย่านภาษีเจริญ

Published Post author

พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ซุกใต้พื้นปูนปิดไว้ด้วยกล่องพัสดุในห้องแถวร้างย่านภาษีเจริญ เจ้าหน้าที่อีโอดีปิดกั้นพื้นที่ ป้องกันบุคคลไม่เกี่ยวข้อง พบเป็นวัตถุทำจากยาง คล้ายกับระเบิดชนิดวี 40 เตรียมสอบพยานแวดล้อมอย่างละเอียด…

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ม.ค. ชุดประสานงานประจำพื้นที่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 9 (ชป.พท.ป.พัน.9) โดย พ.ท.สุรพร สุธรานันท์ ผบ.ชป.พท.ป.พัน.9 ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิด บริเวณบ้านพักเลขที่ 1131/9 ซอยบางแวก 2 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ประสาน พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล ผกก.สน.บางเสาธง ปฏิบัติหน้าที่ รีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บางเสาธง และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี)

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ ความสูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา ภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ บริเวณหน้าศาลเจ้าติดกับใต้บันได ชั้นที่ 1 พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดสีดำ ทรงกลม พันด้วยพลาสติกสีฟ้า จำนวน 1 ลูก ซุกอยู่ใต้พื้นปูนในสภาพฝุ่นจับ เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจึงทำการปิดกั้นพื้นที่ เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง จากนั้น จึงดำเนินการเก็บกู้ ปรากฏว่า เป็นวัตถุทำจากยาง คล้ายกับระเบิดชนิดวี 40 (V40 รัศมีทำลาย 6-12 เมตร) เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.พิทักษ์ เปิดเผยว่า อาคารหลังดังกล่าว เป็นห้องแถวที่ถูกปล่อยร้างไม่มีคนอยู่มานานหลายปีแล้ว จนกระทั่ง วันนี้ มีน.ส.ธัญลักษณ์ วชิรจารุ อายุ 44 ปี ได้รับการว่าจ้างให้มาควบคุมการปรับปรุงพื้นที่ห้องแถว ซึ่งระหว่างที่ช่างกำลังปรับปรุงพื้นที่อยู่นั้น ได้เหลือบไปเห็นวัตถุต้องสงสัยสีดำ เกรงว่าจะเป็นวัตถุระเบิดอันตราย จึงตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ ผลการตรวจสอบปรากฏว่า เป็นวัตถุทำจากยาง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นของเล่นเด็กหรือไม่ แต่คล้ายกับระเบิดชนิดวี 40 ชุดอีโอดีได้ทำการเก็บกู้ไป โดยหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะได้สอบสวน น.ส.ธัญลักษณ์ และพยานแวดล้อมอย่างละเอียด เพื่อติดตามเจ้าของตึกมาสอบปากคำหาที่มาของวัตถุดังกล่าว อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ใด เนื่องจากไม่ใช่วัตถุระเบิดจริง.

January 4, 2016

สาวสุพรรณคว้า “มิสไทยแลนด์อาเซียน 2015” งานไม้ดอกอาเซียน

Published Post author

สาวสุพรรณบุรี คณะนิเทศฯ จาก ม.รังสิต คว้า “มิสไทยแลนด์อาเซียน” งานไม้ดอกอาเซียน ไปครองตามคาด เผยอนาคต ตั้งเป้าอยากเป็นนักข่าวหรือนักแสดง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่เวทีกลางน้ำ การประกวดมิสไทยแลนด์อาเซียน 2015 (Miss Thailand ASEAN 2015) สวนไม้งามริมน้ำกก ในงานไม้ดอกอาเซียน 2015 อ.เมืองเชียงราย “น้องน้ำฝน” น.ส.พัชรญดา สุทฑธิเดชภูวดล สาวงามจากจังหวัดสุพรรณบุรี ชนะใจกรรมการ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์อาเซียน 2015 ไปครองตามคาด ในขณะที่ “น้องครีม” น.ส.ณัฏฐชญาดา ศรีจูมพล สาวงามจากจังหวัดลำพูน คว้าตำแหน่ง Miss Photogenic หรือ ขวัญใจช่างภาพ ควบรองอันดับ 1


น.ส.พัชรญดา สุทฑธิเดชภูวดล สาวงามจากจังหวัดสุพรรณบุรี คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์อาเซียน 2015 ส่งเข้าประกวดโดยโรงงานผลิตกล่องกระดาษกล่องพัสดุในจังหวัดสุพรรณบุรี

โดยการประกวดในรอบ 20 คน เป็นการประกวดชุดประจำชาติอาเซียน และชุดกระโปรงลำลอง ผ่านการคัดเลือกเหลือ 10 คน เข้าประกวดชุดราตรี คัดเอา 5 คน เข้าสู่รอบตัดสิน ตอบคำถามเดียวกันว่า อะไรคืออัตลักษณ์สำคัญของความเป็นไทย ผลคะแนนการประกวด น.ส.พัชรญดา สุทฑธิเดช อายุ 22 ปี สาวจาก จ.สุพรรณบุรี ส่วนสูง 177 ซม. น้ำหนัก 54 กก. สัดส่วน 34-24-36 นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ เอกวิทยุและโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต ชั้นปีที่ 4 ได้รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์อาเซียน 2015 รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมมงกุฏเพชรและสายสะพาย มอบโดย นางธิติมา นาคผจญ ประธานแม่บ้าน มทบ. 37 และนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย


มอบรางวัล“น้องน้ำฝน”น.ส.พัชรญดา สุทฑธิเดช อายุ 22 ปี นศ.คณะนิเทศศาสตร์ เอกวิทยุและโทรทัศน์ ม.รังสิต ชั้นปี 4

รองอันดับ 1 และ Miss Photogenic-ขวัญใจช่างภาพ ได้แก่ น.ส.ณัฏฐชญาดา ศรีจูมพล อายุ 22 ปี จาก จ.ลำพูน นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏเชียงใหม่ รองอันดับ 2 น.ส.ณัชชานันท์ วรรณะสุวรร อายุ 19 ปี จาก จ.เชียงใหม่ ม.พายัพเชียงใหม่ รองอันดับ 3 น.ส.สุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ อายุ 22 ปี กรุงเทพ ม.เกษตรศาสตร์ รองอันดับ 4 น.ส.เกศจุฬา คำดี อายุ 20 ปี จ.พะเยา ม.ราชภัฏเชียงใหม่


วินาที มอบมงกุฏ มิสไทยแลนด์อาเซียน 2015 (Miss Thailand ASEAN 2015)

“น้องน้ำฝน” น.ส.พัชรญดา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า แอบคาดหวังว่าจะได้ตำแหน่ง และรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้รับตำแหน่งจริงๆ ซึ่งต่อไปจะฝึกฝนตนเองให้มากขึ้น เพื่อก้าวสู่เวทีใหญ่นำชื่อเสียงมาสู่จังหวัด และประเทศไทย ในอนาคตอยากเป็นนักข่าวหรือนักแสดง


คณะกรรมการตัดสินการประกวด พิจารณาอย่างเคร่งเครียด
December 27, 2015

ตชด.327 รวบอาข่า เตรียมส่งยาบ้า 5 หมื่นเม็ด เชียงราย

Published Post author

ตชด.327 รวบอาข่า เตรียมส่งยาบ้า 5 หมื่นเม็ด สารภาพ มีชายไม่ทราบชื่อทำอาชีพขายกล่องพัสดุบังหน้า จ้างมาส่งในราคา2.5หมื่นบาท ส่วนคนร้ายร่วมแก๊งอีกราย ที่มาส่งของด้วยกัน ไหวตัวทันวิ่งหนีไปได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 พ.ย.58 ที่ กองร้อย ตชด.327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย พ.ต.ท.วิญญู พรประทุม ผบ.ร้อย ตชด.327 แถลงว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ได้รับรายงานว่า มีกลุ่มชาวเขาเผ่าอาข่า พื้นที่ ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย จะลำเลียงยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้านไปส่งให้เอเย่นต์ ในพื้นที่ จ.เชียงราย จึงวางแผนสกัดจับ และสั่งการให้ ร.ต.อ.เสถียร ธรรมสอน รอง ผบ.ร้อย ตชด.327 ร.ต.อ.สมจิตร ปานหร่าย รอง ผบ.ร้อย ตชด.327 ประสาน ร.ต.อ.จรัญ คมบาง หน. ศป.ปส.ตชด.32 นำกำลังกระจายซุ่ม บริเวณข้างปั๊มคอสโม ริมถนนพหลโยธิน บ้านดอนชัย ม.8 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน


ย้าบ้า จำนวน5หมื่นเม็ด ที่ ตร.ตชด.327 จับได้ จาก 2หนุ่มเผ่าอาข่า สารภาพ รับจ้างขน

จนกระทั่งต่อมา พบ นายอาฉี มาเยอะ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 198 ม.8 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ขี่รถจยย.ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน 1กฎ-1309 เชียงราย มี นายอาแซ่ ไม่ทราบนามสกุล นั่งซ้อนท้าย ที่บริเวณหว่างขาด้านหน้าเบาะนั่ง มีกล่องเบียร์วางอยู่ ลักษณะรูปพรรณตรงตามที่ได้รับรายงาน แล่นเข้ามาจอดเตรียมส่งมอบของ ใกล้กับที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น ทำให้ นายอาแซ่ ที่นั่งซ้อนท้าย ได้รีบวิ่งหลนหนีหายไปทันที จากการตรวจค้นภายในกล่องเบียร์ พบยาบ้าห่อด้วยกระดาษไขสีเหลือง มีตราประทับ 999 ด้านบนห่อ จำนวน 25 มัด จำนวนรวม 50,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายอาฉี มาเยอะ ไปที่กองร้อย ตชด.327

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ไปรับของกลางยาบ้าจากชายไม่ทราบชื่อ ที่หน้าตลาดห้วยไคร้ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย เตรียมส่งให้ลูกค้าที่จะมารับอีกทอดหนึ่ง ในราคาค่าจ้าง 25,000 บาท เจ้าหน้าที่ จึงส่งตัวให้ พงส.สภ.แม่จัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป.

 

December 21, 2015

เซ่นเบญจเพส! พ่วงชน จยย. ร่างกระเด็นกลางมอเตอร์เวย์ เก๋งชนซ้ำดับ

Published Post author

หนุ่มศรีสะเกษวัยเบญจเพส ขี่ จยย.ป้ายแดง กลับบ้านหลังเลิกงาน บนถนนมอเตอร์เวย์ เจอรถพ่วงบรรทุกกล่องไปรษณีย์ชนล้มกลิ้งกลางถนน เก๋งตามมาไม่ทันเห็นชนซ้ำเสียชีวิตคาที่ ด้าน ตร.ทางหลวงเขาเขียว ล่าตัวโชเฟอร์รถพ่วงดำเนินคดี …

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. 58 พ.ต.ท.ธนกร พิมพการ พงส.หน่วยสอบสวนตำรวจทางหลวงเขาเขียว จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถพ่วงชนท้าย ถูกรถยนต์ที่วิ่งตามมาชนซ้ำเสียชีวิต บริเวณบริษัท เคอรี่เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ พัทยา-กรุงเทพฯ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือ นายธวัชชัย คำแน่น อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166 ม.5 ต.ขำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พนักงานหนุ่มบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เพิ่งเข้าวัยเบญจเพสเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่กลางถนน ตั้งแต่ช่วงเอวหักพับขึ้นมาเกือบถึงศีรษะ และมีเลือดไหลนองอยู่ที่พื้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น MSX สีแดง ทะเบียนป้ายแดง 3-9857 สภ.ศรีราชา ล้มคว่ำอยู่กลางถนน สภาพด้านท้ายถูกชนจนได้รับความเสียหายและหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวของผู้ เสียชีวิตตกกระเด็นอยู่กลางถนน

เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตขี่รถมาตามเส้นทางแล้วถูกรถพ่วงที่วิ่งตามมาชนจนล้มกลิ้งอยู่ กลางถนน ก่อนที่จะมีรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สี และหมายเลขทะเบียน ขับตามมา ไม่ทันเห็นเนื่องจากเป็นที่มืด ชนซ้ำจนเสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่รับแจ้งว่ารถยนต์คันที่ขับตามมาแล้วชนจอดรออยู่ริมถนนบาย พาส บริเวณกองขยะ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 1 กม. เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบ พบเป็นรถยนต์เชฟโรเลต สีทอง ทะเบียน กฉ 6834 เพชรบูรณ์ เปิดไฟกะพริบจอดอยู่ริมทาง มี น.ส.สุกัลญา เคลือบบุตร อายุ 35 ปี คนขับ ยืนรออยู่ข้างรถ

ตรวจสอบพบว่าด้านหน้าขวารถมีร่องรอยการชน เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญตัวไปสอบสวน จากนั้นให้หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรและเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อรอญาติมาติดต่อ พร้อมจะได้เร่งติดตามรถพ่วงคันก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

December 15, 2015

พบศพทารกแรกเกิด ถูกทิ้งถังขยะภายในห้างดังย่านรัชดา

Published Post author

พบเด็กทารกเพศชายอายุในครรภ์ประมาณ 8 เดือน ถูกทิ้งกองขยะ ชั้น 2 ลานส่งสินค้าห้างดังย่านรัชดา ตร.เร่งตรวจสอบวงจรปิด ไล่ล่าคนทิ้งศพเด็กมาดำเนินคดี
เมื่อเวลา 22.30 น. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ห้วยขวาง พบศพทารกเพศชาย อายุประมาณ 8 เดือน จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.รุ่งศักดิ์ นันตะเวช ร้อยเวร สน.ห้วยขวาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณลานส่งสินค้าชั้นที่ 2 ของห้างบิ๊กซี รัชดา โซนทิ้งขยะสิ่งปฏิกูล พบเด็กทารกเพศชายอยู่ในสภาพเสียชีวิต ถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีชมพู แล้วใส่ไว้ในกล่องไปรษณีย์ราคาถูก โดยยังมีสายรกติดอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมทั้งหมด พร้อมทั้งขอภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดห้าง เพื่อดูความเคลื่อนไหวบริเวณถังขยะที่ทิ้งศพ ก่อนตามล่าคนทิ้งศพเด็กมาดำเนินคดีต่อไป

December 10, 2015

ไขข้อข้องใจ นอกจากผิวขาย วิตามินซี ช่วยอะไรได้อีก?

Published Post author

ไขข้อข้องใจ นอกจากผิวขาย วิตามินซี ช่วยอะไรได้อีก?

วิตามินซี เป็นชื่อที่คุ้นเคย คุ้นหูกันเป็นอย่างดีในวงการของเหล่าคนที่รักสุขภาพ โดยเฉพาะคุณสมบัติของวิตามินซี ที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีความงดงาม ขาว เนียน กระจ่างสดใส ทำให้วิตามินซี ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายส่งยา ทั้งในการเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือแม้แต่การรับประทานผ่านทางอาหารประเภทต่างๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีปริมาณสูงๆ โดยคาดหวังว่าวิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวพรรณของตัวเองสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากในเรื่องการดูแล บำรุงความสวยงามแล้ว วิตามินซีนั้น ยังมีบทบาทที่สำคัญอื่นๆ ในการช่วยบำรุงร่างกาย และอวัยวะอื่นๆของร่างกายให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งเจ้าวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันเลย

วิตามินซี ช่วยอะไร ต่อความงามบ้าง ไปดูกันเลย

 

วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง นอกจากความงาม?
จากการศึกษาพบว่าวิตามินซี ช่วยอะไรต่อร่างกายได้อย่างมากมาย นอกเหนือจากเพียงเรื่องของความงาม ซึ่งวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลักๆมีดังต่อไปนี้
1.ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติ
2.ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีมากยิ่งขึ้น
3.ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว
4.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
5.ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้วิตามินซีเป็น วิตามินบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพ
6.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด
7.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ
8.ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น
9.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดฝอย
10.ช่วยลดความเมื่อยล้าน อ่อนเพลีย หรือสถาวะร่างกายอ่อนแรงให้น้อยลง
จากข้อมูลในเบื้องต้นคงจะทำให้หลายๆคนเห็นภาพแล้วว่า วิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้าง และเป็นวิตามินที่ดีต่อสุขภาพ วิตามินซี กินตอนไหน ก็ได้ แต่ควรที่จะได้รับในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

ปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมในหนึ่งวัน
จำนวนปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมต่อร่างกายในหนึ่งวันนั้น วิตามินซี ผิวขาว เป็น ปัญหาที่ชวนทำให้เหล่าคนรักสุขภาพต่างรู้สึกปวดหัวมาอย่างช้านาน ว่าวันหนึ่งควรกินเท่าใดดี และไม่ควรกินมากกว่าเท่าไหร่ จึงจะดีที่สุดต่อร่างกาย ซึ่งจากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้ใหญ่วัยทำงานโดยปกติ มีความต้องการวิตามินซีวันละประมาณ 65-90 มิลลิกรัม ในขณะที่ขีดจำกัดของการรับประทานวิตามมินซีในหนึ่งวัน ควรจะไม่เกิน 2000 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินซีสามารถละลายน้ำได้ ดังนั้นต่อให้ทานมากจนเกินไป แต่ร่างกายก็สามารถที่จะขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้อยู่ดี ทำให้ไม่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายอย่างแน่นอน

เห็นไหมล่ะว่านอกจากผิวขาว วิตามินซียังช่วยอะไร ต่อมิอะไรต่อผิว ได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่ช่วยทำให้ผิวขาว เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่มีประสิทธิภาพน่าสนใจ นั่นก็คือ  Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงทานวันละ 1 เม็ด ก็พอเพียงสำหรับความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ขาว นุ่มเนียน สดใส ลดรอยเหี่ยวย่น พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคภัยต่างๆ อย่างพอเหมาะสำหรับหนึ่งวัน

December 3, 2015

ตำรวจบุกจับ อู่ชำแหละรถ แก๊งลักกระบะพระเป็นหัวโจก

Published Post author

รรท.ผบช.น.นำทีมชุดสืบสวนและชุดจับกุมบุกทลายโกดังชำแหละรถกระบะ เปิดอู่ซ่อมรถและโรงงานกล่องไปรษณีย์บังหน้า ผู้ต้องหาอ้างว่ารับซื้อเฉพาะกระบะอีซูซุ รุ่นมังกรทอง เพราะงัดเบ้ากุญแจประตูรถง่าย ซื้อจากแก๊งขโมยรถคันละ 2-4 หมื่นบาท ก่อนแยกชิ้นนำไปขาย สืบสวนทางลับพบหัวหน้าแก๊งเป็นพระลูกวัดวัดนาคปรก เร่งหาหลักฐานจับกุม

บุกทลายโกดังชำแหละรถเปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 เดินทางไปที่โกดังไม่มีชื่อ ติดกับบ้านเลขที่ 37/4 ซอยจอมทอง 13 แยก 8 (ซอย เลิศพัฒนาใต้) แขวงและเขตจอมทอง กทม. ก่อนแถลงผลการจับกุมตัวนายณัฐพงษ์ หรือหน่อง โพธิสะอาด อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 2 ต.หัวไผ่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 212/2558 ลงวันที่ 25 พ.ย.58 พร้อมของกลาง ชิ้นส่วนกันชนด้านหน้ารถกระบะอีซูซุ สีแดง 1 ชิ้น กระบะท้ายรถอีซูซุ สีแดง 1 ชิ้น ชิ้นส่วนกันโครงสเตนเลส 1 ชิ้น ฝาท้ายรถกระบะอีซูซุ 1 ชิ้น โทรศัพท์ยี่ห้อ เอสเคซี สีดำ 1 เครื่อง แผ่นเพลทพร้อมตัวตอกเลขตัวถัง และแผ่นป้ายทะเบียนรถกระบะจำนวนมาก รถยนต์ กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน บฉ 7008 สมุทรปราการ 1 คัน

พล.ต.ท.ศานิตย์เผยว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ ผ่านมา นายชิน ร้อยผึ้ง อายุ 71 ปี อดีตพนักงานบริษัท เบียร์ยี่ห้อหนึ่ง ถูกคนร้ายบุกเข้าไปขโมยรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดราก้อนอาย สีแดง ไปจากบ้านพักย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อมาตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จับกุมนายสมชาย เขียวขจี และ น.ส.ชุฎา สหะรัตน์ ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร จากแนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นขบวนการใหญ่และมีหลายสาย ก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรีมาแล้วหลายครั้ง หลังจากได้รถแล้วจะนำมาขายให้กับนายณัฐพงษ์ ที่เปิดอู่ซ่อมรถบังหน้า ส่วนด้านในเป็นที่ชำแหละแยกชิ้นส่วน ก่อนนำไปขายให้กับร้านอะไหล่รถมือสอง ส่วนท่อนหัวรถจะนำไปขายที่เชียงกง ย่านถนนบรรทัดทอง กระทั่งเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดจับกุมนำกำลังเข้าตรวจค้นอู่ซ่อมรถดังกล่าว ซึ่งเป็นโกดังชั้นเดียว เนื้อที่ประมาณ 200 ตร.ว. มีรั้วรอบขอบชิด ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ และยังติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ด้วย เมื่อตรวจสอบภายใน มีบ้านไม้ยกสูง 1 หลัง โดยรอบดัดแปลงเป็นอู่ซ่อมรถ มีซากรถยนต์กระบะอีซูซุหลายคัน และชิ้นส่วนอะไหล่รถกระจายแขวนไว้ตามกำแพง ผนังบ้านจนเต็มพื้นที่ และพบนายณัฐพงษ์ แสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สส.บก.น.2

ด้าน พ.ต.อ.ธีระชัยกล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาให้การอ้างว่า เช่าที่ดินแห่งนี้ปลูกบ้าน แล้วดัดแปลงเป็นอู่ซ่อมรถบังหน้า ตั้งแต่เดือน ต.ค.56 และรับซื้อรถที่ถูกขโมยมาราคาคันละ 20,000-40,000 บาท โดยมีการขายรถกันที่วัดนาคปรก ย่านภาษีเจริญ รถส่วนใหญ่ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมังกรทอง เพราะสามารถใช้ไขควงงัดเบ้ากุญแจประตูรถได้ง่าย ทำมาแล้วประมาณ 200 คัน เมื่อได้รถมาแล้วจะนำมาแยกชิ้นส่วนที่โกดัง ก่อนนำอะไหล่ไปขายที่เชียงกง และบางส่วนจะนำมาประกอบรถที่ลูกค้าทั่วไปนำมาซ่อมในอู่ด้วย นอกจากนี้ ขบวนการดังกล่าวยังมีกรรมวิธีแปลงรถที่ถูกขโมยมาทำให้เป็นรถที่ถูกกฎหมาย ด้วยการรับซื้อซากรถที่ประสบอุบัติเหตุ ชำแหละตัดเอาเลขทะเบียนจากโครงแชสซีรถมาสวมแทน อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายณัฐพงษ์ รวมทั้งต้องนำซากรถและชิ้นส่วนเหล่านี้มาทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ อีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แก๊งนี้ใช้ชื่อว่า “แก๊งมังกรทอง” มีพระมหาอำนวย พระลูกวัดวัดนาคปรก เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยแอบอ้างพร้อมทำนามบัตรปลอมว่าเป็นรองเจ้าอาวาสวัดนาคปรก ทั้งนี้ พระมหาอำนวยจะเข้ามาดูการชำแหละรถวันเว้นวัน และถ้าต้องขับหัวรถไปส่งที่เชียงกง พระมหาอำนวยจะนั่งหน้ารถไปด้วยทุกครั้ง พร้อมเอาข้าวสารใส่ถังและกิ่งกฐินเสียบปักไว้ เมื่อโดนด่านตำรวจค้นก็จะบอกว่าจะเอาต้นกฐิน ต้นผ้าป่าไปทอดวัดโน้นวัดนี้ ซึ่งรอดมาได้ทุกครั้ง ขณะนี้พระมหาอำนวยป่วยพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ย่านฝั่งธน ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออำนาจศาลออกมาจับหัวหน้า แก๊งในคราบผ้าเหลืองมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.อ.ประยูร ศาลาทอง ผกก.กก.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา สว.กก.สส.2 สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.2 พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ ค.440/2558 ลงวันที่ 26 พ.ย.58 เข้าตรวจค้นอู่ซ่อมรถยนต์ เลขที่ 9 ถนนสามวา ซอย 1 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. จับกุมนายเอกมล สันติธาดา อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 767 ซอยหมู่บ้านเสนาวิลล่า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.พร้อมของกลาง อุปกรณ์ที่ใช้ปลอมแปลง ตอกเลขทะเบียนรถ และชิ้นส่วนตัวถังรถต่างๆกว่า 120 ชิ้น เบื้องต้นแจ้งข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมนำตัวพร้อมด้วยของกลางนำส่ง พงส.สน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

November 28, 2015

ล้วงกระเป๋ากลางงานยี่เป็ง! 9 ต่างชาติ แห่ขึ้นโรงพักเชียงใหม่ สูญร่วมแสน

Published Post author

นักท่องเที่ยว 4 ชาติ โร่แจ้งความตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพตามประกบขณะถ่ายภาพขบวนแห่โคมงานยี่เป็ง ก่อนล้วงเงินสดและโทรศัพท์มือถือสูญร่วมแสนบาท ด้าน ผกก. สั่งระดมกำลังออกตรวจสอบล่าตัวแล้ว

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 พ.ย. 58 พ.ต.ต.ทนงศักดิ์ จันทร์เจือแก้ว พงส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาเที่ยวประเพณียี่เป็งของ จ.เชียงใหม่ ทั้งชาวสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ตกเป็นเหยื่อทั้งหมด 9 ราย ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋า สูญทรัพย์สินทั้งเงินสดและโทรศัพท์มือถือไปกว่า 100,000 บาท จากการสอบสวนผู้เสียหายกล่าวว่า ช่วงที่ยืนถ่ายภาพขบวนแห่โคม มีชายหน้าตาคล้ายชาวกัมพูชา 4 คน คาดว่าคงทำงานที่โรงงานกล่องไปรษณีย์ราคาถูกที่อยู่ใกล้ๆ กับงาน เดินมาประชิดตัวตลอดเวลา คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่ล้วงกระเป๋า ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบโปรแกรมค้นหาไอโฟน ก็พบว่าคนร้ายปิดโทรศัพท์มือถือไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้ทำกันเป็นทีม และเดินสายมาหากินในช่วงเทศกาล หลังจากเกิดเหตุ พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ระดมตำรวจสืบสวนออกตรวจสอบตามโรงแรมและหอพักราคาถูก ที่มิจฉาชีพกลุ่มนี้นิยมมาเช่าพัก พร้อมกับประสานไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามล่าตัวแก๊งล้วงกระเป๋ากลุ่มนี้มาดำเนินคดีต่อ ไป.

November 25, 2015